ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสกล่าวเมื่อวันที่ 28 เมษายนว่า ช่วง 8-10 วันข้างหน้าจะมีการเพิ่มแรงกดดันต่อรัสเซีย และระบุว่าอีก 15 วันถัดไปถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการผลักดันข้อตกลงหยุดยิงในยูเครน ซึ่งเป็นแนวทางที่สหรัฐฯ เสนอ อูเครนยอมรับ และสหภาพยุโรปสนับสนุน แต่รัสเซียยังไม่ตอบรับ ข้อความนี้เกิดขึ้นหลังจากการพบกันระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ กับ โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ที่นครวาติกันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
มาครงเผยว่าเขาได้โทรพูดคุยกับ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อขอให้สหรัฐฯ แสดงท่าทีแข็งกร้าวขึ้นต่อรัสเซีย และเขายังได้พูดคุยกับทรัมป์ที่มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ในกรุงโรม โดยย้ำว่า “เราต้องเข้มงวดกับรัสเซียมากกว่านี้” มาครงเชื่อว่าการพูดคุยครั้งนี้ที่วาติกันช่วยทำให้แรงกดดันกลับมาที่รัสเซีย ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาต้องการ เพราะก่อนหน้านี้ความกดดันส่วนใหญ่อยู่ที่ยูเครนเพียงฝ่ายเดียว
ขณะเดียวกัน รัสเซียประกาศว่าจะหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 3 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม แต่ฝรั่งเศสยังไม่ได้ตอบสนองอย่างเป็นทางการ มาครงยังตั้งเป้าหมายให้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เดินทางไปยังกรุงเคียฟโดยเร็ว เพื่อเตรียมจัดตั้งเงื่อนไขสำหรับการหยุดยิงถาวร และวางมาตรการคุ้มครองยูเครนจากการละเมิดในอนาคต เขายังมีกำหนดการสำคัญ 2 วันคือ วันที่ 7 พ.ค. จะต้อนรับ ฟรีดริช เมิร์ซ ว่าที่นายกรัฐมนตรีเยอรมนี และวันที่ 9 พ.ค. จะพบกับนายกรัฐมนตรี โดนัลด์ ทุสก์ ของโปแลนด์ เพื่อเซ็นสนธิสัญญามิตรภาพครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างฝรั่งเศสและโปแลนด์












ใส่ความเห็น