วันที่ 22 มิถุนายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ “W-Unity : รวมพลังสตรี เชื่อมใจ เพื่อการพัฒนา และมอบนโยบายในหัวข้อทิศทางรัฐบาลในการยกระดับบทบาทสตรี สู่การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน” โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายทิศทางรัฐบาลในการยกระดับบทบาทสตรีสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน พร้อมระบุว่า กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีนับเป็นกลไกสำคัญในการสร้างโอกาสและเสริมพลังแก่สตรีไทย ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ โดยสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุน การพัฒนาอาชีพ และการยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับแผนปฏิบัติราชการระยะยะ 5 (พ.ศ. 2566 – 2570) ที่มุ่งสู่การเป็น “แหล่งทุนที่สำคัญของสตรีในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจในชมชนให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน” พร้อมผลักดันให้สตรีมีรายได้มั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชุมชน
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาบทบาทสตรีมานานแล้ว และจะเร่งยกระดับต่อเนื่อง เพราะสตรีคือหนึ่งในผู้ที่ขับเคลื่อนประเทศ
นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึงเรื่องสิทธิที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ การคลอด และการเลี้ยงดูบุตร เด็กที่เกิดในวันนี้คือกำลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยในอนาคตกาลข้างหน้า ดังนั้น สังคมต้องสนับสนุนผู้หญิงในการมีบุตร ด้วยการแบ่งเบาภาระให้กับเขามากที่สุด ล่าสุดประเทศไทยมีกฎหมายให้คู่สมรส โดยพ่อของเด็กสามารถลาช่วยเลี้ยงดูบุตรที่เพิ่งคลอดได้ 15 วัน ซึ่งนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันกฎหมายเมื่อครั้งที่ท่านได้เป็นประธานกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฉบับล่าสุด นี่เป็นอีกตัวอย่างของการสนับสนุนบทบาทของสตรี และเราต้องทำให้เพิ่มมากขึ้นกว่านี้ในเรื่องอื่น ๆ
สำหรับงานในวันนี้ ได้มีผู้เข้าร่วมกว่า 1,500 คน จากคณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีทุกระดับและภาคีเครือข่ายจากทั่วประเทศ ซึ่งจัดขึ้นโดยกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) และสำนักงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ณ อิมแพ็คเมืองทองธานี โดยภายในงานยังมีการเสวนาหัวข้อ “เส้นทางสู่การเป็นผู้นำสตรีไม่โลกใหม่” และ “พลิกพลังผู้หญิงไทย : การขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเชิงรุก”
ทั้งนี้ โครงการ “W-Unity : รวมพลังสตรี เชื่อมใจเพื่อการพัฒนา” นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการผนึกกำลังเครือข่ายสตรีไทยทั่วประเทศในการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างความมั่นคงทางรายได้ และยกระดับบทบาทสตรีไทยให้เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และชุมชมชนของประเทศอย่างยั่งยืนด้วย











ใส่ความเห็น