รัสเซลล์ เวสต์บรูก ประกาศรีไทร์จากการเล่น NBA อย่างเป็นทางการ ซึ่งในวัย 37 ปี เจ้าตัวคือหนึ่งในพอยต์การ์ด ที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล ราวกับไม่มีใครสามารถเทียบเคียงได้
เวสต์บรูก ทำ ทริปเปิล-ดับเบิล ได้ถึง 4 ฤดูกาล รวมถึงฤดูกาล 2016-17 ที่ทำได้ 31.6 แต้ม, 10.7 รีบาวด์ และ 10.6 แอสซิสต์ จนคว้ารางวัล MVP โดยเป็น 1 ในผู้เล่นแค่ 3 คน ในประวัติศาสตร์ ร่วมกับ ออสการ์ โรเบิร์ตสัน และ นิโกลา โยกิช ที่ทำเฉลี่ยในหนึ่งฤดูกาล

เจ้าตัวเป็นหนึ่งในผู้เล่นตำแหน่งการ์ดที่รีบาวด์ ได้ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ลีก ซึ่งล่าสุดอำลาในฐานะเจ้าของสถิติสูงสุดตลอดกาลของ NBA ด้านการทำ ทริปเปิล-ดับเบิล (209 ครั้ง) และสถิติ ทริปเปิล-ดับเบิล สูงสุดในหนึ่งฤดูกาล (42 ครั้ง)
สำหรับ เวสต์บรูก เติบโตบริเวณชานเมืองลอสแอนเจลิส เล่นระดับมหาวิทยาลัย 2 ปี ให้กับ UCLA ก่อนที่ โอคลาโฮมา ซิตี้ ธันเดอร์ จะเลือกเข้าทีมด้วยดราฟท์อันดับ 4 ในปี 2008 พร้อมก้าวไปติดทีมยอดเยี่ยมรุกกี้ (All-Rookie team) ในปีถัดมา
ในฤดูกาลแรก ทำเฉลี่ย 15.3 แต้ม, 5.3 แอสซิสต์ และ 4.9 รีบาวด์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ผู้เล่นหลายคนยากจะเอื้อมถึง แต่ เวสต์บรูก ทำมันได้ตั้งแต่ปีแรก
OKC ผ่านเข้าสู่รอบเพลย์ออฟ ในปี 2010, เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ สายตะวันตก ในปี 2011 และผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ NBA ในปี 2012 ถึงแม้ว่าสุดท้ายจะพ่ายให้กับ ไมอามี ฮีต ก็ตาม
เวสต์บรูก อยู่กับ OKC นานถึง 11 ฤดูกาล (2008-09 ถึง 2018-19) และยังเคยเล่นให้กับทีมอื่น ๆ ได้แก่ ฮิวสตัน ร็อคเก็ตส์, วอชิงตัน วิซาร์ดส์, แอลเอ เลเกอร์ส, แอลเอ คลิปเปอร์ส, เดนเวอร์ นักเก็ตส์ และ ซาคราเมนโต คิงส์

ชื่อของ เวสต์บรูก กลายเป็นสิ่งคู่กันกับคำว่า “ทริปเปิล-ดับเบิล” โดยทำได้ 18 ครั้ง ในฤดูกาล 2015-16, 25 ครั้ง ในฤดูกาล 2017-18, 34 ครั้ง ในฤดูกาล 2018-19, 38 ครั้ง ในฤดูกาล 2020-21 และสถิติสูงสุด 42 ครั้ง ในฤดูกาล 2016-17 ซึ่งทำลายสถิติเดิม 41 ครั้ง ของ โรเบิร์ตสัน ลงได้สำเร็จ
ขณะที่ผลงานและความสำเร็จอื่น ๆ
– ติดทีม All-NBA และ All-Star รวม 9 ครั้ง
– คว้ารางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าเกม All-Star (All-Star MVP) 2 ครั้ง
– ครองตำแหน่งทำคะแนนสูงสุดของลีก 2 สมัย
– ครองตำแหน่งแอสซิสต์สูงสุดของลีก 2 สมัย
– คว้าเหรียญทองจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2012 ที่กรุงลอนดอน
– ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล 75 คนของ NBA
ทั้งนี้ เส้นทางของ เวสต์บรูก ยังไม่จบลงเพียงแค่นี้ เพราะมูลนิธิที่ชื่อว่า “Why Not Foundation” มีเป้าหมายเพื่อสร้างช่องทางในการยกระดับชุมชนผู้ด้อยโอกาส ในด้านโอกาสทางการศึกษา การพัฒนาทักษะแรงงาน และการเข้าถึงทรัพยากรด้านสุขภาพจิต

โดยเจ้าตัวเคยกล่าวเอาไว้ว่า “มรดกที่ผมทิ้งไว้คือสิ่งที่ผมทำนอกสนาม คือจำนวนผู้คนที่ผมสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่พวกเขาได้ตลอดการเดินทางของผม”









ใส่ความเห็น