นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมให้กับผู้ที่ประสบเหตุในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า กทม.ได้อนุมัติการจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมแล้วกว่า 169,625 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 18.00 น.) โดยได้ส่งข้อมูลดังกล่าวให้ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อให้ ปภ.เบิกจ่ายต่อไป โดยล่าสุดทราบว่า ปภ.ได้เบิกจ่ายเงินเข้าบัญชีประชาชนที่ประสบเหตุน้ำท่วมในกรุงเทพฯ สำเร็จแล้วจำนวน 92,167 ครัวเรือน รวมเป็นวงเงินกว่า 676.083 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 22.00 น.)
ส่วนสาเหตุที่แต่ละครัวเรือนได้รับเงินเยียวยาต่างกันเกิดขึ้นจากหลายปัจจัยตามเกณฑ์มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยย้ำว่าจะต้องพิจารณาจากลักษณะความเสียหายและระยะเวลาน้ำท่วมขังเป็นหลัก แม้จะอยู่ในซอยหรือชุมชนเดียวกัน แต่เนื่องจากความสูงต่ำของพื้นที่หรือพื้นบ้านต่างกัน ส่งผลให้ระดับน้ำที่ท่วมไม่เหมือนกัน ส่วนกรณีรับเงิน 5,000 บาท เป็นกรณีน้ำท่วมขังหรือน้ำล้อมรอบบริเวณบ้าน ส่งผลให้การเดินทางเข้า-ออกลำบาก แต่ไม่ใช่การที่น้ำไหลเข้าตัวบ้านต่างจากกรณีรับ 9,000 บาท ที่น้ำต้องไหลเข้าท่วมบ้านพักจนทำให้ทรัพย์สินภายในบ้านได้รับความเสียหาย
สำหรับสาเหตุที่เงินเข้าช้าหรือสถานะค้างอยู่ที่ “กำลังดำเนินการ” จากการทำงานของเจ้าหน้าที่ช่วง 10 วันที่ผ่านมา พบว่ามีสาเหตุหลัก ๆ ดังนี้
1.มีประชาชนหลายพันรายผูกพร้อมเพย์กับเบอร์โทรศัพท์ ไม่ได้ผูกกับเลขบัตรประชาชน ส่งผลให้โอนเงินไม่ได้ จึงต้องมีการแก้ไขโดยให้ผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชนแทนแล้วทำการยื่นขอใหม่
2.การยื่นซ้ำซ้อนในครัวเรือนเดียวกัน เงื่อนไข คือ 1 หลัง 1 ครัวเรือน ขอได้ 1 ครั้ง หากมีคนในบ้านยื่นซ้ำ รายการที่ยื่นตามหลังจะถูกระบบปฏิเสธ
3.ไม่มีหลักฐานหรือรูปภาพความเสียหาย หากเป็นพื้นที่น้ำท่วมชัดเจน 100% ที่เขตมีข้อมูลอยู่แล้ว จะอนุมัติได้เร็ว ส่วนหากยื่นในกรณีทรัพย์สินเสียหายจะต้องส่งรูปภาพเพิ่มเติม แต่แอป “ทางรัฐ” ไม่ได้เปิดให้ส่งรูปแต่แรก เรื่องจึงค้างอยู่ที่การรอเอกสาร ส่วนใครที่ยื่นผ่านระบบ claim.bangkok.go.th ของ กทม. จะสามารถแนบรูปภาพเอกสารได้ ทำให้จะสามารถจับคู่ข้อมูลและอนุมัติได้เร็วขึ้น
4.กรณีบ้านเช่า ต้องมีสัญญาเช่าหรือหนังสือรับรองการเช่า เพื่อยืนยันสิทธิ
ส่วนกรณีที่ประชาชนเดินทางมายื่นคำร้องที่สำนักงานเขตเป็นจำนวนมากนั้น นางสาวทวิดา ระบุว่า กทม.ได้แก้ไขแล้วด้วยการใช้ระบบ “เขตบัดดี้” นำเจ้าหน้าที่จากเขตที่ไม่ประสบภัยหรือมีผู้ยื่นขอน้อยมาช่วยในเขตที่มีผู้ยื่นคำขอมากควบคู่ไปกับการขยายพื้นที่และจุดให้บริการเพิ่มเติม เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวและอำนวยความสะดวกให้ประชาชน
นางสาวทวิดา ย้ำว่า ประชาชนที่ยื่นขอเงินเยียวยาผ่านทางแอป “ทางรัฐ” มาแล้วและมั่นใจว่ามีเอกสารหลักฐานความเสียหายชัดเจนก็ไม่ต้องเดินทางมายื่นซ้ำที่สำนักงานเขต และทุกคนสามารถตตรวจเช็คสถานะการยื่นคำขอได้ผ่านทางแอปพลิเคชันทางรัฐหรือเว็บไซต์ https://relief.disaster.go.th











ใส่ความเห็น