ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในฮ่องกงยังคงซบเซาอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลล่าสุดจากกรมประเมินราคาและประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาลฮ่องกงเมื่อวันจันทร์ (29 เม.ย.) ระบุว่า ราคาบ้านส่วนตัวในเดือนมีนาคมลดลงอีก 0.5% จากเดือนก่อนหน้า หลังจากที่ลดลงมาแล้ว 0.6% ในเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้ดัชนีราคาบ้านร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2016
สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจฮ่องกง ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นอัตราดอกเบี้ยจำนองที่สูง เศรษฐกิจที่เติบโตช้าลง และความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยที่ลดลง เนื่องจากการอพยพของกลุ่มแรงงานมืออาชีพและประชากรที่มองหาความมั่นคงที่อื่น ขณะที่รัฐบาลได้พยายามกระตุ้นตลาด โดยยกเลิกข้อจำกัดการซื้อบ้านและผ่อนคลายเกณฑ์การวางเงินดาวน์เมื่อปีที่แล้ว แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะพลิกฟื้นความเชื่อมั่นของผู้ซื้อได้
นักวิเคราะห์อสังหาฯ อย่าง เอ็ดดี กว็อก ผู้อำนวยการบริหาร CBRE กล่าวว่า บรรยากาศการลงทุนในเดือนเมษายนยังคงได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก และอาจทำให้ราคาบ้านในฮ่องกงยังคงลดลงเล็กน้อยในระยะสั้น เนื่องจากผู้ซื้อส่วนใหญ่ยังคงชะลอการตัดสินใจซื้อ เพื่อรอดูทิศทางเศรษฐกิจในอนาคต
มาร์ติน หว่อง ผู้อำนวยการจากไนท์แฟรงค์ เสริมว่า มีความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเริ่มลดดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งฮ่องกงอาจได้อานิสงส์ตามมาเนื่องจากค่าเงินดอลลาร์ฮ่องกงถูกผูกกับดอลลาร์สหรัฐฯ
ทั้งนี้ รัฐบาลฮ่องกงได้ออกมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติมในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ด้วยการลดอากรแสตมป์สำหรับการซื้อบ้านราคาต่ำกว่า 4 ล้านเหรียญฮ่องกง เหลือเพียง 100 เหรียญฮ่องกง (ประมาณ 450 บาท) จากเดิมที่อาจสูงถึง 60,000 เหรียญฮ่องกง เพื่อกระตุ้นกลุ่มผู้ซื้อบ้านหลังแรก และคาดว่ามาตรการนี้อาจช่วยเพิ่มปริมาณการทำธุรกรรมได้ 5%-10%















ใส่ความเห็น