วันที่ 28 มกราคม ราคาทองคำในตลาดโลกพุ่งขึ้นทะลุระดับ 5,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง พร้อมขยายการปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงตั้งแต่ต้นปีเป็นกว่า 23% สะท้อนแรงซื้อเชิงโครงสร้างที่ยังไม่แสดงสัญญาณชะลอตัว
นักวิเคราะห์ตลาดระบุว่า การอ่อนค่าของ เงินดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และถ้อยแถลงของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ออกมาโจมตีนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ ได้จุดชนวนให้กลยุทธ์ “การเทรดตามแนวโน้มสกุลเงินอ่อนค่า” กลับมาเป็นธีมหลักของตลาดอีกครั้ง
ตลาดมองว่า หาก เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ ไม่ส่งสัญญาณเชิง เข้มงวด (Hawkish) อย่างชัดเจนในการประชุมกำหนดนโยบายการเงินที่มีขึ้นในวันนี้ แนวโน้มขาขึ้นของราคาทองคำอาจยังคงเดินหน้าต่อ โดยแทบไม่มีแรงต้านเชิงจิตวิทยาที่แข็งแรงในระยะใกล้
ขณะเดียวกัน ตามรายงานของ รอยเตอร์ส ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาตรการควบคุมตลาดทองคำในประเทศ โดยจำกัดมูลค่าการซื้อขายทองคำออนไลน์ไว้ที่ ไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อวัน และสั่งห้ามการขายชอร์ต เพื่อรักษาเสถียรภาพของค่าเงินภายในประเทศ ท่ามกลางกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายที่ผันผวน
ด้าน ธนาคารดอยช์แบงก์ (Deutsche Bank) ประเมินว่า ภาวะความไม่สงบทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กลายเป็น “ภาวะปกติใหม่” ของโลก ประกอบกับระดับหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะยังคงเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อราคาของโลหะมีค่า
ธนาคารระบุว่า ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เงินดอลลาร์อ่อนค่า และความไม่สมดุลด้าน อุปสงค์–อุปทานเชิงโครงสร้าง ราคาทองคำมีศักยภาพปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในปีนี้ และในกรณีที่ตลาดเข้าสู่ภาวะกระทิงอย่างเต็มรูปแบบ ราคาอาจพุ่งขึ้นได้ถึงระดับ 6,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์










ใส่ความเห็น