
ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส เรียกตัวแทนจากอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าครั้งใหม่ของสหรัฐฯ มาหารือที่ทำเนียบเอลิเซ่ หลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหภาพยุโรป (EU) ถึง 20% โดยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ อุตสาหกรรมการบิน ไวน์และสุรา เกษตรกรรม อุตสาหกรรมหนัก และเคมีภัณฑ์

มาครงวิจารณ์อย่างหนักว่านี่คือ “การตัดสินใจที่รุนแรงและไร้เหตุผล” พร้อมเตือนว่าจะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อเศรษฐกิจยุโรป เขาชี้ว่า “ยุโรปมีตลาดผู้บริโภค 450 ล้านคน” และแสดงความมั่นใจว่า EU จะสามารถตอบโต้ได้อย่างมีพลัง พร้อมเผยว่าแผนการโต้กลับของยุโรปจะเกิดขึ้นเป็น 2 ระยะ เริ่มจากมาตรการภาษีตอบโต้ในช่วงกลางเดือนเมษายน และมาตรการที่หนักกว่าในช่วงปลายเดือน

ผู้แทนจากภาคอุตสาหกรรมและองค์กรธุรกิจรายใหญ่ เช่น Medef และ France Industrie ต่างเห็นพ้องว่าสถานการณ์นี้น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง โดยเรียกร้องให้ยุโรปรวมพลังกันตอบโต้ และผลักดันนโยบายเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้น ฝรั่งเศสยังเตรียมพิจารณาระงับการลงทุนในสหรัฐฯ ชั่วคราว เพื่อตอบโต้นโยบายที่อาจทำให้ความสัมพันธ์ทางการค้าโลกเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง









ใส่ความเห็น