วันที่ 9 เมษายน 2568 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แถลงภายหลังรับหนังสือข้อเสนอจากคณะ ส.ส. จากพรรคก้าวไกลนำโดยนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร, นายเซีย จำปาทอง และนายสหัสวัต คุ้มคง ที่เรียกร้องให้กระทรวงเร่งดูแลแรงงานผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ตึกถล่ม พร้อมระบุว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และยืนยันจะให้ความช่วยเหลือแก่แรงงานทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นแรงงานในระบบหรือนอกระบบ
สำหรับแรงงานในระบบประกันสังคม มาตรา 33 จะได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย ทั้งค่ารักษาพยาบาล ค่าทดแทนรายได้ และเงินเยียวยาในกรณีเสียชีวิตไม่น้อยกว่า 950,000 บาท และอาจสูงถึง 1.7 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับอายุงานและฐานค่าจ้าง ส่วนแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีเอกสาร จะมีการประสานกับนายจ้างและบริษัทต้นทางให้รับผิดชอบความเสียหาย พร้อมไล่เบี้ยตามลำดับ เพื่อให้แรงงานได้รับการดูแลอย่างครบถ้วน
ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิสูจน์อัตลักษณ์แรงงานอีกกว่า 70 รายที่ไม่มีข้อมูลชัดเจน โดยกระทรวงแรงงานได้ประสานกับสถานทูตประเทศต้นทาง เช่น ลาว เมียนมา กัมพูชา และเวียดนาม เพื่อยืนยันสัญชาติและติดตามญาติของแรงงานเหล่านี้ หากไม่สามารถติดต่อได้ จะดำเนินการตามขั้นตอนของสถานทูตในประเทศต้นทาง
ด้านความคืบหน้าการช่วยเหลือแรงงาน ณ วันที่ 8 เมษายน เวลา 16.00 น. ศูนย์ประสานงานและช่วยเหลือแรงงานฯ รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 22 ราย บาดเจ็บ 79 ราย แรงงานได้รับผลกระทบรวม 103 ราย ยื่นรับสิทธิจากประกันสังคมแล้ว 29 ราย เป็นเงินรวม 19.9 ล้านบาท มีผู้ติดต่อขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน 1506 จำนวน 417 ราย
นายพิพัฒน์ยังย้ำว่า รัฐบาลพร้อมเปิดรับข้อเสนอจาก ส.ส. เพื่อนำไปสู่การวางมาตรการเชิงป้องกัน และปฏิรูประบบให้มีความปลอดภัยในสถานที่ก่อสร้างมากยิ่งขึ้น หวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคต











ใส่ความเห็น