Hermès เตรียมขึ้นราคาสินค้าในสหรัฐฯ เริ่ม 1 พฤษภาคมนี้ เพื่อตอบรับภาระภาษีนำเข้าชุดใหม่จากนโยบายของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โดยบริษัทระบุว่าจะผลักภาระภาษีทั้งหมดไปยังลูกค้าชาวอเมริกันที่มีกำลังซื้อสูง พร้อมทั้งเพิ่มราคาสินค้าทุกกลุ่มควบคู่กับการปรับขึ้นราคาประจำปีที่อยู่ในระดับ 6-7%
ยอดขายไตรมาสแรกของ Hermès เติบโต 7% คิดเป็น 4.1 พันล้านยูโร แม้ต่ำกว่าคาดการณ์ แต่ยังถือว่าทำได้ดีกว่าคู่แข่งอย่าง LVMH ที่รายได้แฟชั่นและเครื่องหนังหดตัว 5% โดยตลาดจีนยังคงชะลอตัวจากวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่ในยุโรป Hermès ได้แรงหนุนจากนักท่องเที่ยวอเมริกันในช่วงที่เงินดอลลาร์แข็งค่า
แม้เผชิญแรงกดดันด้านภาษีและเศรษฐกิจโลกผันผวน Hermès ยังมั่นใจในกลยุทธ์ควบคุมการผลิตเพียงปีละ 6-7% เพื่อรักษาความพิเศษของแบรนด์ เช่น กระเป๋า Birkin และ Kelly ที่ราคาขั้นต่ำราว 10,000 ดอลลาร์ บริษัทระบุว่ายอดขายในสหรัฐฯ ยังเติบโตสองหลัก และยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างมีนัยสำคัญ













ใส่ความเห็น