เลียม โรซิเนียร์ เทรนเนอร์ สตราสบูร์ก เดินทางมาถึงกรุงลอนดอนเป็นที่เรียบร้อย เพื่อดำเนินการขั้นตอนสุดท้ายในการเข้ารับหน้าที่กุนซือคนใหม่ของ เชลซี แทนที่ของ เอ็นโซ มาเรสกา ที่เพิ่งประกาศแยกทางกับทัพ “สิงโตน้ำเงินคราม” เมื่อวันที่ 1 มกราคม ที่ผ่านมา เนื่องจากมีปัญหากับบอร์ดบริหาร
หากไม่มีอะไรผิดพลาด โรซิเนียร์ วัย 41 ปี จะเปิดตัวกุมบังเหียนในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ อย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ ซึ่งทาง “บลูโค” กลุ่มทุนสหรัฐฯ ที่เข้ามาเทคโอเวอร์ เชลซี ตั้งแต่ปี 2022 และมี สตราสบูร์ก เป็นทีมพันธมิตร ได้เริ่มมองหาโค้ชคนใหม่เข้ามาทดแทน โรซิเนียร์ แล้ว
สัปดาห์ที่ผ่านมา โรซิเนียร์ เพิ่งพา สตราสบูร์ก ลงเล่นในศึก ลีก เอิง เสมอกับ นีซ 1-1 และต่อมาก็มีรายงานว่า เจ้าตัวได้เดินทางจากสนามบินสตราสบูร์กพร้อมกับ เดวิด เวียร์ ผู้อำนวยการกีฬาของสโมสร เพื่อเจรจาเรื่องย้ายไปคุม เชลซี ซึ่ง สตราสบูร์ก ก็วาง แกรี โอนีล อดีตกุนซือ วูล์ฟแฮมป์ตัน ให้เข้ามารับช่วงต่อ
ขณะที่ เชลซี การเปลี่ยนแปลงนี้ดูเหมือนจะไม่มีอุปสรรคมากนัก เนื่องจากทีมชุดนี้ เต็มไปด้วยขุมกำลังที่มีศักยภาพ แม้ว่า จะทำผลงานใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ได้ไม่ดีเท่าที่ควร หลังจากรั้งอันดับ 5 ของตารางคะแนน ห่างจากอันดับ 4 อย่าง ลิเวอร์พูล อยู่ 3 คะแนน
ในเกมล่าสุด เชลซี เจอวิกฤตหนักเมื่อ โรเบิร์ต ซานเชซ ผู้รักษาประตูมือหนึ่ง มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อก่อนเกม ส่วนแนวรับก็ขาดตัวหลักอย่าง เวสลีย์ โฟฟานา แต่ด้วยแท็คติคของ คาลัม แม็คฟาร์เลน โค้ชทีม U-21 ที่รับหน้าที่ขัดตาทัพ ก็ทำให้พวกเขาบุกไปแบ่งแต้ม แมนเชสเตอร์ ซิตี ได้สำเร็จ ด้วยสกอร์ 1-1
หลังการแข่งขัน แม็คฟาร์เลน เปิดเผยว่า แม้ มาเรสกา จะอำลาทีมไปแล้ว แต่นักเตะทุกคนที่ได้ลงสนาม และไม่ได้ลงสนามต่างก็ให้กำลังใจซึ่งกันและกันอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็น ลีวาย โคลวิลล์, มาร์ค คูคูเรลลา หรือ มอยเซส ไคเซโด ที่ต่างร่วมเดินทางเป็นกำลังใจให้กับทีมในเกมเสมอกับ แมนฯ ซิตี
โปรแกรมต่อไปของ เชลซี คือ การไปเยือน ฟูแล่ม ในวันพุธนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในอดีตสโมสรของ โรซิเนียร์ สมัยเป็นนักเตะ จากนั้น จะพบกับ ชาร์ลตัน แอธเลติก ในรอบที่สามของศึก เอฟเอ คัพ ในวันเสาร์ และจะทำศึกบิ๊กแมตช์กับ อาร์เซนอล ในเกมรอบรองชนะเลิศ คาราบาว คัพ กลางสัปดาห์หน้า
โรซิเนียร์ กำลังจะรับงานใหญ่ครั้งแรกในเส้นทางผู้จัดการทีมกับ เชลซี โดยก่อนหน้านี้ เจ้าตัวมีประสบการณ์แค่กับ ฮัลล์ ซิตี และ สตราสบูร์ก เท่านั้น และในวัย 41 ปี ถือเป็นควาทท้าทาย และก้าวกระโดดครั้งสำคัญของโค้ชสัญชาติอังกฤษรุ่นใหม่รายนี้
ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก : Racing Club de Strasbourg












ใส่ความเห็น