แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวว่าอาจจะต้องแบกรับภาระค่าชดเชยสูงถึง 15.9 ล้านปอนด์ หลังจากที่ รูเบน อโมริม ถูกปลดออกจากตำแหน่งช่วงกลางฤดูกาลนี้
กุนซือชาวโปรตุกีส วัย 41 ปี ถูกตะเพิดออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา หลังจบเกมเสมอ ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-1 ซึ่งเผยให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ลงรอยภายในสโมสร
จากนั้นสโมสรได้แต่งตั้ง ไมเคิล คาร์ริค เข้ามาเป็นกุนซือชั่วคราว ก่อนจะทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการพาทีมคว้าชัยชนะได้ถึง 5 จาก 6 นัด ใน พรีเมียร์ ลีก (เสมอแค่นัดเดียวเท่านั้น)
รายงานการเงินไตรมาสที่ 2 ระบุว่ามีการตั้งงบสำรองไว้ 15.9 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นจำนวนเงินสูงสุดที่อาจต้องจ่ายในการตกลงยอมความในอนาคต โดยจะบันทึกเป็นรายจ่ายในช่วงปลายปีงบประมาณนี้
นอกจากค่าชดเชยแล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด ยังต้องตัดยอดทางบัญชีอีก 6.3 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้ สปอร์ติง ลิสบอน ตอนดึง อโมริม มาคุมทีมเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2024 (จากเดิมที่สื่ออย่าง The Athletic เคยคาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 10 ล้านปอนด์)
เพื่อพยุงการดำเนินงานและการซื้อ-ขายนักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ขยายวงเงินสินเชื่อหมุนเวียน เพิ่มเป็น 400 ล้านปอนด์ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ (จากเดิม 350 ล้านปอนด์) โดยมีการเบิกออกมาใช้แล้ว 215 ล้านปอนด์ ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์










ใส่ความเห็น