ณัฐพงษ์ ลั่นไม่รู้จะเป็นครั้งสุดท้ายหรือไม่ พร้อมฝากถึงสมาชิก
วันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม วาระพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
โดยมีบุคคลได้รับการเสนอชื่อ 2 คน ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน
นายณัฐพงษ์ อภิปรายว่า การที่พรรคประชาชนเสนอชื่อตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ได้มีเจตนาจัดตั้งรัฐบาลแข่งขันกับพรรคที่ชนะเลือกตั้ง โดยย้ำว่า พรรคที่ได้อันดับ 1 ควรมีสิทธิจัดตั้งรัฐบาลก่อน และการขึ้นอภิปรายครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ แต่เพื่อสะท้อนความห่วงใยต่อประเทศ ซึ่งจะสามารถแก้ไขได้ต้องประกอบด้วย รัฐบาลที่มีความชอบธรรม มีเจตจำนงทางการเมือง และมีคณะรัฐมนตรีที่มีหน้าตาเหมาะสมเพื่อแก้ปัญหาให้กับประเทศ
ในระยะใกล้ตัวที่สุดคือความชอบธรรมของรัฐบาล หากวันนี้ตนเองตั้งคำถามไปยังพรรคภูมิใจไทย ท่านอาจจะบอกว่าการจัดเลือกตั้งไม่เกี่ยวกับท่านโดยตรงเป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต.ส่วนการวินิจฉัยปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งจะถูกหรือผิดเป็นเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ แต่อีกวิธีหนึ่งที่รัฐบาลหรือพรรคภูมิใจไทยจะกอบกู้ความเชื่อมั่นของประชาชนได้บางส่วนคือการกำกับดูแลคนในของท่านเอง ยกตัวอย่างสุพรรณบุรี เขต 2 แม้ กกต.มีการสอบภายในว่าการนับคะแนนใหม่มีความผิดปกติ ทำให้ประชาชนตั้งคำถามเป็นจำนวนมากว่าหน่วยเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สังเกตการณ์จะมีปัญหาแบบนี้อีกหรือไม่
นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ตนเองเชื่อว่าไม่มีใครในประเทศนี้เชื่อว่ากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ดำเนินการด้วยตนเองโดยพลการโดยไม่มีผู้บงการอยู่เบื้องหลัง สิ่งที่ว่าที่นายกฯ คนต่อไปดำเนินการได้คือการตรวจสอบคนของท่านอย่างเข้มงวด หากมีส่วนพัวพันเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ สังคมคาดหวังให้ดำเนินการตรงไปตรงมาในการจัดการคนของตนเอง เพื่อกอบกู้ศรัทธากลับมาได้บางส่วน
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงวิกฤตที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และธรรมาภิบาล รวมถึงผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ ปัญหาเศรษฐกิจฐานราก ธุรกิจ SMEs และโรงงานที่ปิดตัว รวมถึงปัญหาสินค้าเถื่อนและการทุจริตที่ลุกลามไปถึงภาคการเกษตร โดยยกกรณีเกษตรกรเรียกร้องราคามะพร้าวตกต่ำจากผลกระทบต่างชาติและธุรกิจนอมินี ทำให้เกษตรกรไทยประสบปัญหาขายผลผลิตไม่ได้
นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวว่า เมื่อประชาชนมีเงินในกระเป๋าลดลงหนีไม่พ้นเรื่องคุณภาพชีวิต ประเทศของเรากำลังจะกลายเป็นประเทศที่ใครมีเงินมากกว่าย่อมมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า แทนที่ไม่ว่าคนจะเกิดมารวยหรือจนมีเบื้องหลังทางครอบครัวแบบไหนจะเข้าถึงโอกาสการรักษาที่เท่าเทียมกันได้ สิ่งที่เชื่อว่าประชาชนอยากฝากความหวังคือการเลือกตั้งเป็นทางออกที่เราจะได้รัฐบาลชุดใหม่ที่สามารถเข้ามาหาทางออกให้กับประเทศได้
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่ตนเองเชื่อคือการทำงานการเมืองเพื่อประชาชน รัฐบาลต้องมีความชอบธรรมในการแก้ปัญหา รัฐบาลที่มีเจตจำนงทางการเมืองเข้าไปแล้วกล้าที่จะชนกับปัญหาโครงสร้าง กล้าตรวจสอบคนของตนเอง ไม่ได้ทำธุรกิจการเมืองหรือได้รับผลประโยชน์ตอบแทน มีบุคคลสำคัญในรัฐบาลที่อาจจะมีส่วนพัวพันกับกลุ่มธุรกิจพลังงานเกี่ยวข้องกับปัญหาวิกฤตน้ำมันที่เกิดขึ้น ไม่มีบุคคลระดับสูงของรัฐบาลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจรับเหมาในโครงการก่อสร้างภาครัฐหลายส่วนที่ขาดคุณภาพ เช่น เครนถล่ม
ปัญหาที่ผ่านมาสะสมมาอยู่เรื่อย ๆ และกำลังจะทำลายความหวังของประชาชนคนไทย วันนี้สิ่งที่ตนเองพร้อมจะน้อมรับคือการน้อมรับผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา ฝากประธานสภาฯ ไปยังว่าที่รัฐบาลและว่าที่นายกฯ คนถัดไปให้ท่านทำหน้าที่ของท่านได้อย่างเต็มที่มากที่สุด
“สำหรับพวกผมเอง ผมทราบว่าวิถีทางการทำงานการเมืองอาจจะแตกต่างกัน ท่านอาจจะคิดว่าการเมืองก็เป็นแบบนี้แหละ มันก็ต้องทำแบบนี้แหละ ไม่งั้นก็เข้าสู่อำนาจไม่ได้ พวกผมก็เป็นแบบนี้แหละ ทำวิถีการเมืองแบบนี้ วันนี้จึงเป็นพรรคฝ่ายค้านอยู่ แต่สิ่งที่ผมเชื่อคือวิธีการทำงานการเมืองของพวกเราจากอดีตจนถึงปัจจุบันช่วยพาสังคมไทยไปข้างหน้า เชื่อว่าเพื่อนสมาชิกจากอีกฟากฝั่งหนึ่งน่าจะเห็นไม่แตกต่างกัน พวกเราไม่ว่าจะอยู่ฝั่งไหนล้วนจะทำประโยชน์ให้กับประเทศได้”
สิ่งที่ผมอยากจะฝากไปยังสมาชิกของพรรคประชาชนและประชาชน ขอให้ทุกคนอย่าหมดความหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศ ไม่ว่านักการเมืองในประเทศนี้จะเลือกวิถีทางใด ขออย่างเดียว ถ้าประชาชนร่วมกันสอดส่อง ตรวจสอบ ตัดสินใจในการเข้าคูหาเลือกตั้งอย่างดีที่สุด ในวันนั้นผมเชื่อว่าประเทศเราจะเปลี่ยนได้ สำหรับพวกผมในวันนี้ก็คงจะขอเดินหน้าทำหน้าที่ของพวกเราอย่างเต็มที่ต่อไป”
นายณัฐพงษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ผมขอฝากถึงสมาชิก จงเชื่อมั่นในสิ่งที่พวกท่านทำอยู่ เชื่อว่าทุกสิ่งที่พวกท่านทำมามีความหมาย พวกผมแกนนำพรรคในปัจจุบัน ไม่รู้ว่าจะเป็นการอภิปรายครั้งสุดท้ายหรือไม่ จะถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ แต่พวกผมจะเดินหน้าทำหน้าที่แบบนี้อยู่เคียงข้างกับพวกท่านต่อไป จนกว่าอำนาจสูงสุดจะเป็นของประชาชน”










ใส่ความเห็น