,

พรรคประชาชน เสนอไอเดียคูปอง “ปุ๋ย-น้ำมัน” ช่วยเหลือตรงถึงมือเกษตรกร พร้อมซัด! ผิดหวัง “นายกฯ” กลับลำโทษประชาชน เลิกตามหาโม่ง ปมน้ำมันล่องหนจนขาดแคลน

วันที่ 20 มีนาคม 2569 นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน และนายเดชรัต สุขกำเนิด รองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าวมาตรการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยนายวีระยุทธ กล่าวว่า พรรคฝ่ายค้าน “ผิดหวัง” ต่อการแถลงของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 18 มีนาคม มีการระบุว่าจะติดตามจับ “ไอ้โม่ง” ที่นำน้ำมันออกนอกระบบ แต่ภายหลังการประชุมที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน กลับระบุว่า ไม่มีไอ้โม่งและโยงว่าเกิดจากความกังวลของประชาชนที่กักตุน พร้อมย้ำว่า สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือเร่งหาตัวผู้ที่หากินบนความเดือดร้อนของประชาชนมาดำเนินคดี ไม่ใช่ชี้กลับมาที่ประชาชน ก่อนยกตัวอย่างการจับกุมใน จ.อ่างทอง ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลสต๊อกและปริมาณน้ำมันอย่างโปร่งใส โดยระบุว่า ในหลายพื้นที่ประชาชนยังต้องต่อคิว และบางปั๊มยังไม่มีน้ำมันจำหน่าย สะท้อนว่าสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ดังนั้นการทำ “แดชบอร์ด” แสดงข้อมูลน้ำมันสามารถทำได้ทันทีจากฐานข้อมูลของกระทรวงพลังงาน เพื่อช่วยลดความตื่นตระหนกของประชาชน

นายวีระยุทธ ยังชี้ว่า ช่วงนี้กำลังเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยว หากขาดแคลนน้ำมันจะกระทบต่อการเก็บเกี่ยวและรายได้ของเกษตรกรโดยตรง จึงเสนอให้มี “คูปองน้ำมัน” เพื่อช่วยเหลือแบบเฉพาะจุด โดยใช้ฐานข้อมูลเกษตรกรที่มีอยู่แล้ว ส่วนปุ๋ยพบว่าข้อมูลจากภาครัฐไม่ตรงกัน โดยแหล่งหนึ่งระบุว่าสต๊อกเพียงพอถึงเดือนพฤษภาคม กับข้อมูลอีกแหล่งที่บอกว่าพอถึงเดือนสิงหาคม จึงขอเรียกร้องให้ภาครัฐชี้แจงข้อเท็จจริง ขณะเดียวกันโครงการปุ๋ยราคาพิเศษที่มีอยู่ช่วยได้เพียงประมาณ 5 ล้านกิโลกรัม เมื่อเทียบกับความต้องการใช้ทั้งประเทศราว 5 ล้านตัน หรือคิดเป็นเพียง 0.1% เท่านั้น จึงเสนอให้ทำ “คูปองปุ๋ย” ควบคู่กัน เพื่อช่วยเหลือให้ตรงจุด

ขณะที่ตัวแทนเกษตรกรจากภาคตะวันออก ได้กล่าวถึงปัญหาที่เกษตรกรจะต้องเจอเกี่ยวกับปุ๋ยเคมีและตั้งข้อสงสัย ว่า สต็อกปุ๋ยเคมีในประเทศมีเพียงพอหรือไม่ , ปุ๋ยเคมีที่ราคาขึ้นในปัจจุบันเป็นสต๊อกเดิมหรือไม่ และปุ๋ยเคมีล็อตใหม่ที่จะเข้ามา จะเพิ่มต้นทุนให้เกษตรกรเท่าไหร่และแพงขึ้นเท่าไหร่ และอยากเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาแถลงข่าวอย่างเป็นระยะ เพื่อให้เกษตรกรวางแผนในการเพาะปลูกในฤดูถัดไปได้

ด้านนายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน กล่าวว่า ตนเป็นห่วงราคาน้ำมันและราคาปุ๋ยจะไปซ้ำเติมเกษตรกรให้ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นจากเดิม จึงเรียกร้องไปยังกระทรวงพาณิชย์ให้ใช้กลไกที่มีอยู่ คือการควบคุมราคาสินค้าเกษตร และใช้งบประมาณในกองทุนรวมช่วยเหลือเกษตรกรที่มีอยู่ปีละ 2 พันล้านบาท ซึ่งในประเด็นนี้ทางทีมบริหารของพรรคประชาชนด้านการเกษตร ได้ร่วมมือกับอาสาซ่อมรวบรวมข้อมูลเป็น แดชบอร์ด ที่สามารถส่งราคาสินค้าในตลาดทั้งอุปโภคบริโภค ให้เกษตรกรส่งราคาสินค้าในตลาดเข้ามา และเราจะได้ประมวลผลและนำเสนอต่อสาธารณะและรัฐบาลว่ามีสินค้าไหนที่ขึ้นราคาเกินกว่าการควบคุมของกระทรวงพาณิชย์ โดยจะเริ่มในวันพรุ่งนี้เป็นต้นไป

เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่ก่อนประชุม ศบก. รัฐบาลประกาศว่าจะมีการตามหาคนกักตุนน้ำมันแล้วจะเอาผิดแต่หลังประชุมนายกฯ กลับบอกว่า ไม่มีไอ้โม่ง แต่เป็นเพราะประชาชนกังวลจึงกักตุนน้ำมัน นายวีระยุทธ ย้ำว่า เป็นเรื่องที่ผิดหวัง และน่ากังวลมากเพราะเกิดวิกฤตเมื่อไหร่ มีการอุดหนุนราคาเมื่อไหร่จะมีคนทำกำไรได้เสมอ ตอนนี้ปริมาณน้ำมันเยอะ มูลค่ามหาศาลต้องมีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่กักเกี่ยวผลประโยชน์ตรงนี้ เป็นเรื่องที่ไม่สมควรเลยที่นายกรัฐมนตรีจะชี้กลับมาที่ประชาชนที่กำลังเดือดร้อน เพราะตนเชื่อว่าประชาชนทุกคนเดือดร้อนต้องหาวิธีเอาตัวรอด แต่ละภาคส่วนมีปัญหา เราต้องการรัฐบาลที่ทำให้รู้สึกว่ายังอยู่เคียงข้างประชาชนและสามารถเรียกร้องรวมถึงเสนอปัญหาได้ หากเป็นแบบนี้ประชาชนก็ไม่กล้าชี้เป้าว่าใครทำผิด เพราะกลัวว่าสุดท้ายความผิดจะตกมาอยู่ที่คนชี้เป้าเอง

 

 

 

 

admin Avatar

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Resize text-+=
Skip to content