วันที่ 26 มีนาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษว่า เบื้องต้นมีการหารือถึงมาตรการการรับมือผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนทั้งในระยะสั้นและระยะยาวจากเหตุการณ์ความยืดเยื้อของสงครามในตะวันออกกลาง โดยเตรียมนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยอัพเดทสถานการณ์ให้ประชาชนได้รับทราบถึงสถานการณ์ปั๊มน้ำมันแต่ละปั๊ม โดยที่ไม่ต้องไปไล่เช็กทีละปั๊ม นอกจากนี้ยังมีเรื่องการควบคุมราคาสินค้าอื่นที่มีความเกี่ยวข้องกับน้ำมัน รวมถึงแนวทางการประสานงานจัดซื้อน้ำมันจากประเทศพันธมิตร
ส่วนกรณีราคาน้ำมันพุ่งรวดเดียว 6 บาท นายไชยชนก ยอมรับว่า มีการคุยกัน ซึ่งเรื่องนี้เป็นไปตามกลไกตลาดโลก หากมัวแต่กดราคาไว้ จะทำให้มีน้ำมันรั่วไหลไปในประเทศที่มีการปรับราคาขึ้นตามราคาตลาด ซึ่งจะส่งผลกระทบหลายอย่าง และป้องกันไม่ให้น้ำมันเถื่อนออกไปนอกประเทศ อันจะส่งผลให้ไทยมีน้ำมันน้อยลง พร้อมยกตัวอย่างว่าหากมีการตรึงราคาน้ำมันไว้ อาจทำให้มีกลุ่มบุคคลฉวยโอกาสนี้มาซื้อน้ำมันแล้วนำไปขายต่อยังตลาดอื่นเพื่อทำกำไร ซึ่งเรื่องเช่นนี้รัฐบาลตามจัดการไม่ได้ครบหมดอยู่แล้ว
นายไชยชนก ย้ำว่า รัฐบาลติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และทุกกระทรวงจะต้องหาวิธีการปรับตัวและรับมือ พร้อมกล่าวว่า ทุกคนควรต้องหาวิธีปรับตัวและทัศนคติในการใช้ชีวิตที่พอเพียงขึ้น เพราะสงครามยืดเยื้อแน่นอน และผลกระทบจะมีอย่างอื่นมากกว่าแค่เรื่องน้ำมัน จึงขอความร่วมมือประชาชนทุกคนให้ช่วยกันคนละไม้คนละมือ โดยรัฐบาลก็จะเร่งทำทุกอย่างภายใต้ข้อจำกัดที่ทำได้ในช่วงที่ยังไม่มีรัฐบาลชุดใหม่











ใส่ความเห็น