วันที่ 30 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ตำรวจจะยกเลิกมาตรการ “ตักเตือนก่อนปรับ” และเริ่มบังคับใช้กฎหมายจับ-ปรับผู้ที่กระทำผิดกฎจราจรอย่างจริงจังทั่วประเทศ เพื่อสร้างสังคมการขับขี่ที่ปลอดภัยร่วมกันและเพื่อเป็นไปตามแนวทางนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยบนท้องถนน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลต่าง ๆ ที่มีการเดินทางสูง โดยมีเป้าหมายลดอัตราผู้เสียชีวิตให้เหลือเพียง 12 คนต่อแสนประชากรภายในปี 2570 ผ่านแนวทางหลักคือการบูรณาการมาตรการเชิงรุก ทั้งด้านกฎหมาย การลดปัจจัยเสี่ยงจากสภาพถนนและยานพาหนะ รวมถึงการรณรงค์สร้างวินัยจราจร ทั้งนี้ ตามข้อสั่งการของ ผบ.ตร. เรื่องการบังคับใช้กฎหมายจราจร ได้แบ่งระยะเวลาการดำเนินการออกเป็น 3 ระยะ ประกอบด้วย
1. ระยะสั้น (เร่งด่วน) มุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายจราจร การเสริมสร้างวินัยจราจร และให้ดำเนินการในห้วงระยะเวลาพอสมควร
2. ระยะกลาง ให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดใน 10 ข้อหาหลัก และข้อหาที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน
3. ระยะยาว (วางระบบ) การนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการปฏิบัติงานจราจร
ซึ่งขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการในระยะที่ 1 (ระยะเร่งด่วน) โดยออกมาตรการ “ตักเตือนก่อนปรับ” ในห้วงวันที่ 27 มกราคม – 31 มีนาคม 2569 ปรากฏว่ามีสถิติการว่ากล่าวตักเตือนก่อนออกใบสั่งทุกข้อหาที่เจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจปรับ ผ่านระบบ PTM ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา จำนวนกว่า 1.9 แสนครั้ง โดยข้อหาที่มีการว่ากล่าวตักเตือนมากที่สุด 5 อันดับแรก แบ่งเป็น ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย, ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด และอื่น ๆ เช่น ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ใช้รถไม่ตรงตามประเภทที่จดทะเบียน บรรทุกสิ่งของโดยไม่มีสิ่งปกคลุม โดยปัจจุบันมาตรการดังกล่าวที่อยู่ในระยะที่ 1 กำลังจะหมดอายุมาตรการลงในวันพรุ่งนี้ วันที่ 31 มีนาคม
จากนั้นจะเข้าสู่ระยะที่ 2 ที่เป็นการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป โดยตำรวจจราจรจะเริ่มบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดใน 10 ข้อหาหลัก ที่เป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนบ่อยที่สุด อันประกอบด้วย
1. ขับรถเร็วเกินกำหนด : ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท (เดิม 1,000)
2. ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร : ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท (เดิม 1,000)
3. ไม่หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย : ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท
4. ใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่ (โดยไม่มีอุปกรณ์เสริม) : ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท
5. ขับรถย้อนศร : ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท (เดิม 500)
6. ไม่สวมหมวกนิรภัย (ทั้งคนขับและคนซ้อน) : ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท
7. ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย (ทั้งคนขับและผู้โดยสาร) : ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท
8. ไม่พกใบอนุญาตขับขี่ : ปรับไม่เกิน 1,000 บาท (อาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน)
9. ขับขี่ขณะเมาสุรา : ปรับ 5,000 – 20,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 1 ปี
10. ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย : ปรับ 5,000 – 20,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 1 ปี












ใส่ความเห็น