วันที่ 30 มีนาคม 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมตัวแทนพรรคการเมือง เพื่อหารือถึงประเด็นการจัดสวัสดิการอาหารกลางวันให้กับ สส.ในวันประชุมสภา โดยมีตัวแทนจากทุกพรรคการเมืองเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
หลังการหารือนานกว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง นายโสภณ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ที่ประชุมได้หารือกันใน 3 ประเด็นหลักที่สังคมกำลังให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ ประกอบด้วย เรื่อง สวัสดิการอาหารของ สส., การลดจำนวนผู้ช่วยและผู้เชี่ยวชาญของ สส. และการพิจารณาเรื่องเงินกองทุนผู้ที่เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา
โดยผลการหารือในเรื่องแรก เรื่องสวัสดิการอาหารของ สส. ทุกคนเห็นตรงกันว่าให้ฝ่ายเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการจัดอาหารมาให้เหมือนเช่นปัจจุบัน เพียงแต่ สส.จะต้องจ่ายเงินค่าอาหารเอง โดยจะเริ่มตั้งแต่หลังสงกรานต์นี้เป็นต้นไป
ส่วนเรื่องต่อมา คือ การพิจารณาปรับลดจำนวนผู้ช่วย สส. และผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนี้ หากจะลดต้องนำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา (ก.ร.) ในวันที่ 23 เมษายนนี้ ที่จะมีการประชุมเลือก ก.ร. ให้ครบ ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา และจะมีการประชุมเพื่อหาข้อสรุปเรื่องผู้ช่วยและผู้เชี่ยวชาญให้เสร็จสิ้น
เรื่องสุดท้าย คือ เรื่องเงินกองทุนผู้ที่เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ซึ่งเงินกองทุนเป็นเงินส่วนหนึ่งที่ใช้คำนวณบำเหน็จบำนาญ ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าเรื่องนี้มีระเบียบอยู่ใน พ.ร.บ. ซึ่งออกระเบียบโดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นเมื่อมีการตั้งคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าวแล้วเสร็จ สภาก็จะให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ไปพิจารณาว่าจะมีการแก้ปรับมากน้อยเพียงใดหรือไม่
นายโสภณ กล่าวต่อว่า ในวันนี้ที่ประชุมยังมีการหารือถึงการดำเนินการปรับปรุงความสงบเรียบร้อยในสภา เพื่อให้รัฐสภาเกิดความสง่างาม หากพบข้อบังคับที่ล้าหลังและไม่สามารถปฏิบัติได้ ก็มีการบ้านให้แต่ละพรรคการเมืองไปพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปฏิบัติตนในสภา เช่น เรื่องการแต่งกายที่ช่วงนี้เกิดวิกฤติเรื่องของพลังงาน ตนก็ได้ออกระเบียบเรื่องการแต่งกายว่าไม่ต้องผูกไท สวมสูท หรือสามารถสวมชุดผ้าไทยได้ ซึ่งตัวแทนแต่ละพรรคการเมืองก็รับข้อเสนอไปพิจารณา
ส่วนการทำงานของสภาเพื่อประชาชน เดิมทีในสภาชุดที่ผ่าน ๆ มา การปรึกษาหารือก่อนที่จะเข้าสู่วาระการประชุมมักมีเวลาน้อย ที่ประชุมจึงเสนอเพิ่มเติมว่า นอกจากการหารือด้วยวาจาแล้วควรให้มีการหารือแบบลายลักษณ์อักษร แต่การหารือด้วยวาจาอาจมีการพิจารณาเพิ่มเวลาตามความเหมาะสมได้อีกเช่นกัน
นายโสภณ ย้ำว่า สภาผู้แทนราษฎรในยุคนี้จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง โดยตนได้หารือกับรองประธานสภาทั้ง 2 คน ว่าการเปิดประชุมสภาจะสามารถเปิดก่อนเวลา 09.00 น. ได้หรือไม่ เช่น เปิดในเวลา 08.45 น. และต่อไปจะใช้เวทีคณะกรรมการประสานงาน (วิป) พรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้านให้มากขึ้น เมื่อได้ข้อตกลงจากวิปแล้ว ขอให้ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านเคารพมติวิปให้มากที่สุด เพื่อไม่ให้สภาเป็นที่เบื่อหน่ายของประชาชน
ทั้งนี้ สำหรับสวัสดิการอาหารเลี้ยง สส. ช่วงวันประชุมสภานั้น ในปัจจุบันยังไม่มีผู้รับเหมารายใหม่ หลังจากที่ผู้ค้ารายเดิมหมดสัญญาลงด้วยเหตุยุบสภา ดังนั้นการหารือกับตัวแทนพรรคการเมืองจึงต้องการสอบถามความคิดเห็นว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ขณะที่งบประมาณเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการจัดเลี้ยงอาหารกลางวันของ สส.ในวันประชุมยังมีงบเหลืออยู่ตามกฎหมายงบประมาณประจำปี 2569 อย่างไรก็ดีมีข้อหารือว่าหากไม่ใช้งบประมาณตามที่จัดสรร สามารถนำไปใช้ในกิจการอื่นของสภาตามภารกิจที่เกี่ยวข้องได้










ใส่ความเห็น