“พิพัฒน์” ขอถอย! เตรียมคุย “นายกฯ” วางมือคุมพลังงาน
วันที่ 1 เม.ย. 69 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์ (เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand) ถึงกรณีที่เกิดกระแสต่อต้านและแบนธุรกิจพลังงานของครอบครัว (ปั๊ม PT) ว่า อยากให้สังคมแยกแยะประเด็น ตนเองได้ลาออกจากตำแหน่งบริหารในธุรกิจครอบครัวมาตั้งแต่ปี 2546
นายพิพัฒน์ ย้ำว่าการตัดสินใจของบริษัท PT เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการและผู้บริหาร และที่สำคัญ PT เป็นบริษัทมหาชน ดังนั้น การที่จะไปก้าวก่ายบริษัทหรือครอบงำ มันไม่ได้ไม่ง่าย เพราะเขาก็ไม่จำเป็นต้องฟังเรา เพราะตนเป็นเพียงผู้ถือหุ้นคนหนึ่ง ไม่สามารถแทรกแซงบอร์ดบริหารหรือสั่งการเรื่องราคาน้ำมันได้ แต่ไม่ปฏิเสธว่า PT เป็นธุรกิจของครอบครัว โดยขอให้รอพิสูจน์ความจริงจากผลประกอบการไตรมาส 1 ที่จะประกาศในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ ขณะนี้ตนแก้ตัวอะไรคงไม่มีประโยชน์ แต่ยืนยันว่าไม่เคยนำความลับทางราชการ โดยเฉพาะเรื่องการปรับราคาน้ำมันไปแจ้งให้คนในครอบครัวทราบ
ส่วนจะทำหน้าที่ ผอ.ศบก.ต่อในรัฐบาลชุดใหม่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เมื่อนายกรัฐมนตรีมอบความไว้วางใจตนก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ในฐานะที่พอมีความรู้เรื่องพลังงานอยู่บ้าง แต่ตนรู้ในฐานะเคยเป็นผู้ซื้อขายไป แต่ถ้าในเรื่องเทคโนโลยีและโรงกลั่น เรียนตรงไปตรงมาว่าตนไม่มีความรู้ เพราะเป็นความรู้เฉพาะทาง แต่ถ้ามีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และให้คนอื่นมาทำหน้าที่ ตนก็พร้อมที่จะถอย
นายพิพัฒน์ ระบุว่า “อาจจะขอเข้าไปหารือกับนายกรัฐมนตรี ว่า ในเมื่อสังคมเป็นอย่างนี้ เขาไม่ยินดีให้ผมมากำกับดูแลกระทรวงพลังงาน ผมอาจจะขอว่าหยุดเถอะ อย่าเข้าไปอยู่ตรงนั้นเลย เพราะสังคมเขาไม่ยอมรับ ผมคิดว่ามันก็ควรจะคงหาที่สบาย ๆ ไปช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้กับกระทรวงอื่น ๆ ดีกว่า เพราะเชื่อว่าหลังจากนี้ กระทรวงพลังงาน จะมีคนเข้ามาดูแลอย่างมืออาชีพ ท่านนายกรัฐมนตรีอาจเชิญที่ปรึกษามาเฉพาะวิชาชีพก็เป็นไปได้”
นายพิพัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ไม่ได้อยากเป็น ผอ.ศบก.แต่ท้ายที่สุด ต้องคุยกับนายกรัฐมนตรีหากมีคนที่มีความรู้ความสามารถก็ปล่อยตนเองไปเถอะ










ใส่ความเห็น