, , ,

“ฮุน มาเนต” โอดเสียดายไทยยกเลิก MOU 2544 เพียงฝ่ายเดียว ชี้บีบให้กัมพูชาต้องพึ่ง UNCLOS

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ขแมร์ไทม์ส รายงานความคืบหน้าหลังเมื่อวานนี้คณะรัฐมนตรีไทยมีมติยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน หรือ MOU44 โดยขแมร์ไทม์ส รายงานว่า กัมพูชาจะดำเนินกระบวนการไกล่เกลี่ยภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS ด้วยเหตุผลจากการที่ไทยละเมิดข้อตกลงทวิภาคีปี 2544 แต่เพียงฝ่ายเดียว เพื่อเป็นการหาทางออกให้กับข้อพิพาททางทะเลที่ทับซ้อนกันในอ่าวไทย

ด้านนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม หลังจากทราบมติการยกเลิก MOU 2544 ของฝ่ายไทยว่า การดำเนินการดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพชายแดน พร้อมกล่าวเสริมว่า บันทึกความเข้าใจฉบับนี้มีบทบาทสำคัญในฐานะกรอบความร่วมมือทวิภาคีที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันมากว่า 25 ปี เพื่อแก้ไขปัญหาข้อพิพาททางทะเลที่ทับซ้อนกัน ซึ่งการมีผลบังคับใช้ของบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ สะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณแห่งความร่วมมือและความปรารถนาดีต่อกัน

นายฮุน มาเนต กล่าวด้วยว่า น่าเสียดายที่ประเทศไทยตัดสินใจถอนตัวออกจาก MOU แต่เพียงฝ่ายเดียว ทั้ง ๆ ที่กัมพูชาให้ความสำคัญกับการใช้กลไกทวิภาคีตามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้มาโดยตลอดในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาททางทะเลที่ทับซ้อนกัน การถอนตัวแต่เพียงฝ่ายเดียวของประเทศไทยเท่ากับเป็นการปฏิเสธข้อตกลงทวิภาคีเพียงฉบับเดียว ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือทวิภาคีเพียงกรอบเดียวที่ทั้งสองฝ่ายยึดถือมานานกว่า 2 ทศวรรษ ที่สำคัญประเทศไทยทำให้กัมพูชาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องหันไปพึ่ง UNCLOS โดยเฉพาะกลไกการไกล่เกลี่ยภาคบังคับ เพื่อแก้ไขปัญหาข้อพิพาทที่ทับซ้อนกัน

นายฮุน มาเนต กล่าวต่อว่า กลไกการไกล่เกลี่ยภาคบังคับจัดตั้งขึ้นโดย UNCLOS เพื่อช่วยเหลือรัฐภาคีในการแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติวิธีตามกฎหมายระหว่างประเทศ ดังนั้น การตัดสินใจของกัมพูชา สะท้อนให้เห็นถึงความหวังอย่างจริงใจของทั้งสองประเทศที่จะสามารถบรรลุข้อตกลงที่เป็นธรรมและยั่งยืนตามกฎหมายระหว่างประเทศ ทำให้ประชาชนของเราสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติ มีเสถียรภาพและปรองดอง

ขณะที่นายปรัก สุคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา กล่าวผ่านแถลงการณ์เมื่อวานนี้ว่า กัมพูชาจะเปลี่ยนไปใช้กระบวนการไกล่เกลี่ยภาคบังคับภายใต้กรอบ UNCLOS อันเป็นผลมาจากการตัดสินใจของครม.ไทย พร้อมย้ำว่า กรอบ MOU 2544 เป็นกรอบความร่วมมือทวิภาคีเพียงกรอบเดียวที่จะช่วยแก้ไขปัญหาข้อพิพาททางทะเลที่ทับซ้อนกัน และการส่งเสริมการกำหนดเขตแดนด้วยวิธีการที่สันติและถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมย้ำว่าการกระทำของไทยถือเป็นการเบี่ยงเบนจากเจตนารมณ์และความตั้งใจทางการเมืองที่ทำให้ทั้งสองประเทศสามารถสร้างกลไกความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาได้

นายปรัก สุคน ยังแถลงเพิ่มเติมว่า กัมพูชาขอแสดงความเสียใจอีกครั้งต่อการตัดสินใจครั้งนี้ ส่วนในการตอบโต้ กัมพูชาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเริ่มกระบวนการไกล่เกลี่ยภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล

สำหรับ MOU44 เป็นข้อตกลงระหว่างกัมพูชาและไทย ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรอบในการเจรจาเรื่องเขตแดนทางทะเลและการพัฒนาร่วมกันของทรัพยากรพลังงานในอ่าวไทย โดยบันทีคกวามเข้าใจฉบับนี้ ลงนามไว้เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2544 เพื่อร่วมกันบริหารจัดการและกำหนดพื้นที่ทับซ้อนกัน ขนาด 26,000 ตารางกิโลเมตรในอ่าวไทย ซึ่งอุดมไปด้วยพลังงาน

 

admin Avatar

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Resize text-+=
Skip to content