วันที่ 6 มิถุนายน 2569 ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตลาดบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ เพื่อหาเสียง พบปะและรับฟังปัญหาจากพี่น้องประชาชนโดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก
ดล.มัลลิกา กล่าววว่า ในการลงพื้นที่วันนี้มีพ่อค้าแม่ค้า ประชาชน และกลุ่มผู้สนับสนุนจำนวนมากเข้ามาทักทาย ขอถ่ายภาพ และสะท้อนปัญหาที่ต้องการให้กรุงเทพมหานครเร่งแก้ไข โดยจากการลงพื้นที่ ทำให้ตนได้พบว่าฝั่งธนบุรี โดยเฉพาะเขตราษฎร์บูรณะ บางปะกอก ทุ่งครุ และพื้นที่ใกล้เคียง กำลังเผชิญปัญหาหลายด้านพร้อมกัน ทั้งปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพ การจราจร น้ำท่วม และมลพิษทางอากาศ พร้อมย้ำว่า ขณะนี้ประชาชนไม่ได้ต้องการคำอธิบายอีกแล้ว แต่ต้องการผู้บริหารที่ลงมือแก้ปัญหาได้จริงและเห็นผลเร็ว
ดร.มัลลิกา กล่าวด้วยว่า หนึ่งในประเด็นที่ประชาชนร้องเรียนมากที่สุดคือปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็ก ผู้สูงอายุ และประชาชนทั่วไป โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พื้นที่ฝั่งธนบุรีตอนล่างมักเผชิญค่าฝุ่นสูงเกินมาตรฐานหลายช่วงของปี สาเหตุสำคัญมาจากปริมาณรถยนต์จำนวนมาก การขนส่งสินค้า การก่อสร้าง และมลพิษจากพื้นที่อุตสาหกรรมใกล้เคียง
ดร.มัลลิกา ระบุว่า กรุงเทพมหานครต้องเปลี่ยนวิธีคิดจากการ “รายงานค่าฝุ่น” เป็น “จัดการค่าฝุ่น” ด้วยเทคโนโลยีและการบริหารเชิงรุก โดยมีข้อเสนอสำคัญ ได้แก่
1.AI PM2.5 Center ศูนย์วิเคราะห์และคาดการณ์ฝุ่นล่วงหน้าแบบเรียลไทม์
2.ติดตั้งระบบตรวจจับรถควันดำอัตโนมัติ
3.เพิ่มแนวต้นไม้กรองฝุ่นตลอดแนวถนนสายหลัก
4.สร้างห้องปลอดฝุ่นในโรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก และศูนย์ผู้สูงอายุ
5.เชื่อมโยงข้อมูลคุณภาพอากาศเข้ากับระบบแจ้งเตือนประชาชนทันที
นอกจากนี้ชาวราษฎร์บูรณะยังสะท้อนปัญหาเร่งด่วนที่ต้องการให้ผู้ว่าฯ คนใหม่เร่งดำเนินการ ได้แก่
1. ปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนสุขสวัสดิ์ ถนนราษฎร์บูรณะ และถนนประชาอุทิศ
2. น้ำท่วมขังซ้ำซากในหลายชุมชนเมื่อฝนตกหนัก
3. จุดเสี่ยงอาชญากรรมและพื้นที่มืดในช่วงกลางคืน
4. ฝุ่น PM2.5 และมลพิษทางอากาศ
5. ปัญหาเศรษฐกิจ การค้าซบเซา และกำลังซื้อที่ลดลง
6. การขาดพื้นที่สีเขียวและพื้นที่สาธารณะคุณภาพ
ดร.มัลลิกา กล่าวต่อว่า หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน จะผลักดันนโยบาย “Human Innovation” นำเทคโนโลยีมาใช้แก้ปัญหาของคนกรุงเทพอย่างเป็นรูปธรรม ทั้ง AI Traffic แก้รถติด, Smart Flood. การเตือนน้ำท่วมล่วงหน้า, เมืองปลอดภัย 24 ชั่วโมง และโครงการ SME จับคู่กู้เงิน เพื่อช่วยฟื้นเศรษฐกิจระดับชุมชน
“กรุงเทพฯ ต้องเป็นเมืองที่ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายลดลง เดินทางสะดวก หายใจได้สะอาด และใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง” ดร.มัลลิกา กล่าว
ดร.มัลลิกา กล่าวทิ้งท้ายว่า การเปลี่ยนกรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองทันสมัยและแข่งขันกับมหานครระดับโลกได้ ต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยี ความกล้าตัดสินใจ และความเข้าใจปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง











ใส่ความเห็น