วันที่ 27 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ทางกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ได้ยืนยันการใช้ปฏิบัติการทางอากาศโจมตีเป้าหมายสำคัญในอิหร่าน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26-27 มิถุนายน 2026 เพื่อตอบโต้กรณีที่กองกำลังอิหร่านถูกกล่าวหาว่าส่งโดรนเข้าโจมตีเรือบรรทุกสินค้า “เอเวอร์ เลิฟลี” (Ever Lovely) ซึ่งติดธงชาติสิงคโปร์ขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
การปฏิบัติการดังกล่าวทางกองทัพสหรัฐฯ ได้ส่งอากาศยานโจมตีเป้าหมาย 4 แห่ง ได้แก่ คลังเก็บขีปนาวุธและโดรน รวมถึงสถานีเรดาร์ชายฝั่งทางตอนใต้ของอิหร่าน จากนั้นนายเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดียส่วนตัวว่า ความรุนแรงจะถูกตอบโต้ด้วยความรุนแรง และยืนยันว่าที่ผ่านมาสหรัฐฯ ปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เรื่องการหยุดยิงมาโดยตลอด
ขณะที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน อ้างว่าได้ดำเนินการโจมตีฐานทัพทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเพื่อตอบโต้ พร้อมทั้งเตือนว่าหากสหรัฐฯ ยังคงโจมตีต่อไป การตอบโต้จากฝั่งอิหร่านจะรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ทั้งยังย้ำจุดยืนว่าอิหร่านมีอำนาจโดยชอบธรรมในการควบคุมการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซตามข้อตกลง MOU ที่ลงนามร่วมกัน
อย่างไรก็ดี ในอีกมุมหนึ่งมีความคืบหน้าด้านสันติภาพ โดยทั้งอิสราเอล เลบานอน และสหรัฐฯ ได้ลงนามใน “กรอบความตกลงไตรภาคี” (Trilateral Framework Agreement) ที่กรุงวอชิงตัน เพื่อปูทางสู่การสร้างความมั่นคงบริเวณชายแดนอิสราเอล-เลบานอน แม้ว่ากลุ่มเฮซบอลเลาะห์จะออกมาปฏิเสธและไม่ยอมรับข้อตกลงดังกล่าวก็ตาม
ทั้งนี้ แม้จะความตึงเครียดจะทวีขึ้นสูงในพื้นที่ทางการทหาร แต่ในเชิงพาณิชย์เริ่มมีสัญญาณผ่อนคลาย โดยบริษัทซาอุดี อารามโก ได้กลับมาดำเนินการขนถ่ายน้ำมันดิบที่สถานีราส ตานูรา อีกครั้ง หลังจากหยุดชะงักไปนานเกือบ 4 เดือน ขณะที่องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) กำลังประสานงานเพื่อช่วยเหลือลูกเรือที่ยังคงตกค้างอยู่ในภูมิภาคแล้ว









ใส่ความเห็น