วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว อาทิ พ.ต.อ.มารุต สุดหนองบัว ผกก.สน.พหลโยธิน พ.ต.ท.กฤษฎภาส สังสิมมา รอง ผกก.(สอบสวน) สน.พหลโยธิน เจ้าของคดี เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) สถาบันนิติเวช โดย ผบ.ตร. กล่าวหลังประชุมกว่า 1 ชั่วโมงว่า ขณะนี้ตั้งประเด็นการเกิดเหตุไว้ 2 ประเด็น คือเรื่องความประมาทและอุบัติเหตุ พร้อมได้ตั้งคณะพนักงานสอบสวน 2 ชุด ชุดแรก จะทำหน้าที่สอบสวนเกี่ยวกับ พ.ร.บ.อาคาร ว่ามีการดำเนินการถูกต้องหรือไม่ มีการเปลี่ยนแปลงต่อเติม มีทางออกประตูหนีไฟตามกฎหมายหรือไม่ ระบบไฟฟ้าเป็นอย่างไร และถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ส่วนชุดที่สองจะดำเนินการสอบผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ตั้งแต่เจ้าของร้าน หุ้นส่วน พนักงาน ผู้ใช้บริการ ผู้เห็นเหตุการณ์ เพื่อมาสรุปข้อมูลเหตุการณ์และหลักฐานการตรวจที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน การตรวจชันสูตรศพ เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
ส่วนที่มีรายงานว่าขณะเกิดเหตุนักท่องเที่ยวหนีเข้าไปในห้องน้ำและเสียชีวิตจำนวนมาก ก็ต้องมีการสอบต่อว่าที่ผ่านมาทางร้านได้มีการจัดทำแผนเผชิญเหตุหรือการประชาสัมพันธ์ขณะเกิดเหตุว่ามีช่องทางหลบหนีเพื่อความปลอดภัยและลดการสูญเสียอย่างถูกต้องหรือไม่ รวมทั้งการที่มีเปลวไฟพุ่งออกมาจากประตูทางเข้าหน้าร้านอย่างรุนแรง และยังมีรายงานทางร้านได้มีการนำโต๊ะไปตั้งขวางทางออกประตูหนีไฟ ประเด็นดังกล่าวต้องให้ พฐ.ตรวจอย่างละเอียด
ผบ.ตร.กล่าวถึงยอดผู้เสียชีวิตว่า ขณะนี้ยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 27 ราย บาดเจ็บ 63 คน มีทั้งทราบชื่อและยังไม่ทราบชื่อ ผู้เสียชีวิตมีบัตรประจำตัวประชาชนติดตัว 6 ราย ชาย 3 หญิง 3 สำหรับผู้เสียชีวิตที่ยังไม่ทราบชื่อได้ ประชาสัมพันธ์ให้ญาติที่สงสัยว่าพี่น้องตัวเองสูญหายให้มาติดต่อเพื่อตรวจอัตลักษณ์บุคคลที่ สน.พหลโยธิน หรือที่ สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ และจุดเกิดเหตุ ซึ่งขณะนี้ทางตำรวจได้ตั้งศูนย์รับแจ้งความไว้
สำหรับนายสุวิชา ไศลบาท ชาวยโสธร เจ้าของร้าน ที่ได้รับไฟไหม้บาดเจ็บสาหัสรักษาตัวอยู่ที่ รพ.เปาโลฯ พหลโยธิน เบื้องต้นทราบว่ามีใบอนุญาตเปิดสถานบริการอย่างถูกต้อง ส่วนมีผู้บาดเจ็บบางรายรักษาตัวแล้วกลับบ้านแล้ว ขอความร่วมมือมาให้ข้อมูลเหตุการณ์กับตำรวจ รวมทั้งหน่วยกู้ภัยต่าง ๆ ส่วนความผิดในเบื้องต้นจะมีความผิดเรื่องประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิตและบาดเจ็บทั้งสาหัสและไม่สาหัส ความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.อาคาร และความผิดทางแพ่งด้วย
ผบ.ตร. กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า หลังจากนี้จะไม่ใช้คำว่า “เป็นอุทาหรณ์” อีกแล้ว เพราะเหตุการณ์ลักษณะนี้ต้องไม่เกิดขึ้นอีก สถานบันเทิงทุกแห่งใน กทม. รวมทั้งต่างจังหวัด ตำรวจจะเข้าไปประสานสำนักงานเขตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มข้น และย้ำว่าการเปิดสถานบริการต้องถูกต้องตาม พ.ร.บ.อาคาร ทั้งหมด











ใส่ความเห็น