วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ตามเวลาท้องถิ่นว่า กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านได้ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของสหรัฐฯ ที่ก่ออาชญากรรมสงครามจากการโจมตีสถานที่และโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน อันถือเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง โดยกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ยังตอกย้ำจุดยืนของตนเองด้วยว่า การเปิดฉากยิงตอบโต้ของอิหร่านเป็นการใช้สิทธิป้องกันตนเองโดยชอบธรรม ตามมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ และยังสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ
ขณะที่แหล่งข่าวอีกด้านเปิดเผยกับสื่อว่า อิหร่านได้สั่งให้กลุ่มฮูตีในเยเมนเตรียมปิดการเดินเรือในทะเลแดง โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ซึ่งเป็นประตูสู่ทะเลแดง หากสหรัฐฯ ยังไม่หยุดโจมตีอิหร่านภายในเวลาอันสั้นนี้ พร้อมระบุด้วยว่า ขณะนี้กลุ่มฮูตีได้เคลื่อนย้ายขีปนาวุธและโดรนไปประจำการยังพื้นที่บริเวณช่องแคบดังกล่าวแล้ว เพื่อเตรียมการรอคำสั่งการปิดช่องแคบอย่างเป็นทางการ
สำหรับทะเลแดงถือเป็นอีกหนึ่งจุดยุทธศาสตร์หลักที่เชื่อมโยงการค้าและการขนส่งสินค้าระหว่าง 3 ทวีป ประกอบด้วย ทวีปเอเชีย ยุโรป และแอฟริกา โดยมีช่องแคบบับ อัล-มันเดบ (Bab el-Mandeb) เป็นประตูเข้าออกสู่ทะเล หากอิหร่านสั่งให้กลุ่มฮูตีปิดช่องทางเดินเรือดังกล่าวจริง จะส่งผลให้การขนส่งสินค้าทั่วโลก โดยเฉพาะน้ำมันหยุดชะงักลงอย่างแน่นอน ผลที่ตามมาจะมีทันทีอย่างน้อย 3 ประการ ประกอบด้วย
1.การเกิดวิกฤตพลังงานรุนแรง เพราะการปิดช่องแคบสำคัญพร้อมกัน 2 ช่องแคบ คือ ช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบบับ อัล-มันเดบ จะส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นทันที
2.ต้นทุนการขนส่งพุ่ง หากเรือขนส่งสินค้าไม่สามารถเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าวได้ เรือจำเป็นต้องเปลี่ยนเส้นทางไปอ้อมแอฟริกา อันจะส่งผลให้เวลาการเดินทางเพิ่มขึ้นทันทีอย่างน้อย 10-14 วัน และต้นทุนการขนส่งก็จะต้องขยับตัวตามอย่างมหาศาล ผลกระทบตกมาอยู่ที่ผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่ต้องจ่ายค่าขนส่งที่สูงขึ้นนี้แทน
3.ภาวะเงินเฟ้อโลก ความล่าช้าและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในห่วงโซ่อุปทาน จะสะท้อนไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วโลก
ทั้งนี้ อิหร่านมีความสัมพันธ์อันดีกับกลุ่มฮูตีในเยเมนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้ช่องแคบดังกล่าว ทำให้อิหร่านมีอิทธิพลและกำลังมากพอในการช่วงชิงความได้เปรียบเหนือพื้นที่นี้
สำหรับปัจจุบันทะเลแดงรองรับการเดินเรือขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติคิดเป็นราว 7% ของโลก และยิ่งทวีความสำคัญขึ้นอย่างมากหลังการปิดช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ทะเลแดงยังเป็นประตูสู่คลองสุเอซ กล่าวคือ เป็นเส้นทางบังคับที่เชื่อมมหาสมุทรอินเดียและทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเข้าด้วยกัน อันช่วยย่นเวลาให้เรือสินค้าไม่ต้องอ้อมไปยังทวีปแอฟริกาเพื่อลดปัจจัยต้นทุนการขนส่งอย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้นนั่นเอง


AFP PHOTO/US NAVY MEDIA CONTENT SERVICES/HO/ Mass Communication Specialist 2nd Class Brooks B. Patton Jr.
=== RESTRICTED TO EDITORIAL USE – MANDATORY CREDIT “AFP PHOTO/US NAVY MEDIA CONTENT SERVICES/HO/ Mass Communication Specialist 2nd Class Brooks B. Patton Jr.” – NO MARKETING – NO ADVERTISING CAMPAIGNS – DISTRIBUTED AS A SERVICE TO CLIENTS === (Photo by Brooks B. Patton Jr. / Navy Media Content Services / AFP)
ภาพจาก https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Bab-el-Mandeb.png










ใส่ความเห็น