วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) นำโดย ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ยื่นหนังสือถึงประธานวิปฝ่ายค้าน กรณีฮั้วเลือก สว. เพื่อให้ช่วยตรวจสอบบุคคลในฝ่ายรัฐบาล หลังพบหลักฐานเชื่อมโยงคดีเพิ่มเติม โดยมี พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นผู้รับหนังสือ . พริษฐ์ ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน และติดตามคดี ‘โกง สว.’ มาอย่างต่อเนื่อง กล่าวขอบคุณ iLaw และยืนยันว่าจะทำงานตรวจสอบอย่างเต็มที่ และย้ำว่า ขบวนการโกง สว. ที่กำลังถูกกล่าวหาอยู่นั้น ไม่ใช่ขบวนการเล็ก ไม่ใช่ขบวนการที่ถูกจัดทำโดยผู้สมัคร สว. แค่ไม่กี่คน แต่เป็นขบวนการขนาดใหญ่ที่มีเครือข่ายนักการเมืองและพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง . ในรายละเอียดข้อมูลจาก iLaw
พริษฐ์กล่าวว่า มีบางส่วนที่สอดรับกับข้อมูลที่พยานบนเวทีงานครบรอบ 2 ปีการเลือก สว. ของวิปฝ่ายค้าน เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม โดยเฉพาะชื่อของเครือข่ายนักการเมือง พริษฐ์จึงกล่าวว่า แฮชแท็กเรียกร้องดำเนินคดีของ iLaw ต้องเปลี่ยนจากคำว่า ‘ฟ้อง สว.’ เป็น ‘ฟ้อง สว. และเครือข่ายนักการเมืองเบื้องหลัง’ . พริษฐ์กล่าวต่อว่า จะใช้ทุกกลไกที่มีเพื่อตรวจสอบการโกง สว. ซึ่งรวมถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และอยากเชิญชวนสังคมร่วมกันจับตา ตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อไม่ให้ตัดตอนจนคดีไปไม่ถึงศาล โดยนอกจากการยกคำร้องผู้ถูกกล่าวหาคดีโกง สว. ทั้ง 229 คน ยังต้องป้องกันไม่ให้เกิดการตัดตอนอีก 3 ประเภท คือ
1. ต้องไม่ให้เกิดการตัดตอนส่งเรื่องไปที่ศาลแค่เฉพาะผู้ปฏิบัติการ แต่ต้องครอบคลุมถึงผู้สั่งการ ผู้วางแผน . “เพราะจากการฟังข้อมูลจากทั้งพยานและข้อมูลในวันนี้ มันบ่งชี้ชัดว่าขบวนการนี้ต้องอาศัยการวางแผนที่ค่อนข้างซับซ้อน มีเส้นทางการเงิน ปริมาณเงินที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก ซึ่งไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากเพียงกลุ่มผู้สมัคร สว. เพียงเท่านั้น แต่คาดว่า จะต้องมีขบวนการของเครือข่ายนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง”
2. ต้องไม่ให้มีการตัดตอนส่งเรื่องไปที่ศาลแค่บางจังหวัด แต่ต้องครอบคลุมทุกจังหวัดที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ . “จากข้อมูลทั้งหมด การคำนวณเชิงคณิตศาสตร์ เราจะเห็นว่าขบวนการดังกล่าวจะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อเป็นขบวนการที่ครอบคลุมไปหลายจังหวัดทั่วประเทศ ดังนั้นการที่ กกต. ออกมาให้ข้อมูลว่ากำลังพิจารณาคดีนี้เป็นรายจังหวัดนั้น ก็สร้างความกังวลใจว่าตกลงแล้ว กกต. กำลังจะเดินหน้าไปสู่การตัดตอนให้เรื่องไปถึงศาลแค่บางจังหวัดที่หลักฐานชัดกว่าจังหวัดอื่นหรือไม่ เราหวังว่า กกต. จะไม่ทำเช่นนั้น”
3. ต้องไม่ให้ตัดตอนส่งไปที่ศาลแค่เฉพาะน้ำเงินอ่อนที่อยู่ไกลจากศูนย์อำนาจ แต่ต้องรวมถึงการสั่งฟ้องน้ำเงินเข้มที่อยู่ใกล้ศูนย์กลางอำนาจด้วย . “ที่ผ่านมาเราเห็นว่ารอยร้าวระหว่างสีน้ำเงินกันเองนั้นมีปรากฏให้เห็นอยู่ สิ่งที่เราไม่ต้องการให้เกิดขึ้นคือการเลือกตัดตอนน้ำเงินอ่อน ที่อาจจะอยู่ไกลจากศูนย์อำนาจ ส่งเรื่องบุคคลเหล่านั้นไปที่ศาล เพื่อหวังจะปกป้องน้ำเงินเข้มที่อยู่ใกล้ชิดกับศูนย์อำนาจที่แท้จริง”













ใส่ความเห็น