แม้ฟุตบอลโลก 2026 จะเพิ่งจบลงไปหมาด ๆ แต่กระแสควันหลงฟุตบอลโลกยังคงมีอยู่ โดยล่าสุดมีรายงานว่าสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น (เจเอฟเอ) เตรียมเสนอแผนเสนอตัวเป็นเจ้าภาพร่วมในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2046 โดยจะมีอีกอย่างน้อย 2 ชาติเอเชียตะวันออก และ 4 ชาติ จากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงประเทศไทย ที่จะเข้าร่วมเป็นหนึ่งในประเทศเจ้าภาพ
สมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น (JFA) ระบุว่า ในอีก 2 ประเทศฝั่งภูมิภาคเอเชียตะวันออก ที่นอกจากจากญี่ปุ่น แล้วจะประกอบไปด้วย ประเทศเกาหลีใต้และจีน ส่วนอีก 4 ประเทศจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะประกอบด้วย ประเทศไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ หลังได้ตรวจสอบแล้วพบว่าสนามฟุตบอลผ่านเกณฑ์
โดยในส่วนของมาเลเซียจะมีสนามกีฬาแห่งชาติบูกิตจาลิล สามารถรองรับผู้ชมได้เกือบ 90,000 คน อินโดนีเซียมีสนามแข่งขัน 2 แห่งที่มีความจุมากกว่า 80,000 คน ได้แก่ สนามเกอโลราบุงการ์โน (เจโบลรา บังการ์โน) และสนามจาการ์ตาอินเตอร์เนชันแนลสเตเดียม ส่วนไทยมีสนามราชมังคลากีฬาสถาน ที่จุผู้ชมได้ 70,000 คน และ สิงคโปร์มีสนามกีฬาแห่งชาติสิงคโปร์ จุผู้ชมได้ 55,000 คน ส่วนเวียดนามยังไม่ได้ถูกรวมเป็นหนึ่งในเจ้าภาพร่วมหนนี้ เพราะสาเหตุหลักจากโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬาที่จำกัดและทรุดโทรม
ทั้งนี้ ในส่วนของการคัดเลือกเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2046 คาดว่าจะมีขึ้นในช่วงประมาณปี 2031 หรืออีกประมาณเกือบ 5 ปีข้างหน้า และคาดว่าในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งดังกล่าวจะมีทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันมากกว่า 48 ทีมในปัจจุบัน ซึ่งอาจจะเพิ่มเป็น 64 ทีม ตามแนวคิดล่าสุดที่มีการกล่าวถึงกันในขณะนี้ โดยไม่ว่าจะเป็น 48 หรือ 64 ทีมก็ตาม ล้วนส่งผลให้เจ้าภาพจัดการแข่งขันจะต้องมีระบบการขนส่ง ระบบสาธารณูปโภคและการเตรียมความพร้อมที่ดีและมากเพียงพอในทุกด้าน นั่นจึงทำให้การมีเจ้าภาพร่วมหลายชาติเป็นสิ่งจำเป็น เพราะชาติเดียวอาจรองรับแฟนบอลที่จะเข้ามาชมเกมและมีระบบต่าง ๆ ที่รองรับได้ไม่ดีเพียงพอ










ใส่ความเห็น