วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยถึงกรณีการขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช เป็นแหล่งมรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้ได้สำเร็จว่า เรื่องนี้ต้องใช้เวลาดำเนินการถึง 5 รัฐบาล โดยเริ่มตั้งแต่เมื่อปี 2562 พร้อมระบุว่า วัดพระมหาธาตุฯ เป็นแหล่งโบราณสถานที่มีอายุไม่น้อยกว่า 1,500 ปี มีโบราณวัตถุรวมกันกว่า 32,000 ชิ้น ซึ่งเราจะต้องถ่ายภาพโบราณวัตถุทุกชิ้นทั้ง 32,000 ชิ้น ส่งให้กับองค์การยูเนสโก และยังต้องให้ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับวัดแก่เจ้าหน้าที่ยูเนสโกที่เดินทางมาตรวจสอบที่ประเทศไทยด้วย ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนั้นทำได้ยากมาก
นายสุชาติ กล่าวด้วยว่า จากนี้เตรียมจะผลักดัน 7 วัดสำคัญ ประกอบด้วย วัดเชียงมั่น วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร วัดพระสิงห์มหาวรวิหาร วัดสวนดอกพระอารามหลวง วัดอุโมงค์ สวนพุทธธรรม วัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร รวมถึงคูเมืองและกำแพงเมืองเชียงใหม่ รวมทั้งสิ้น 8 แหล่งวัฒนธรรม ให้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกของประเทศไทยต่อไป โดยตนได้ศึกษามาว่า ประเทศที่มีการขอขึ้นทะเบียนที่มีลักษณะคล้ายสิ่งแบบนี้ คือ ที่หลวงพระบาง สปป.ลาว โดยที่เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะเดินทางมาตรวจสถานที่ในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งไทยเราต้องเตรียมข้อมูลและประสานกับชาวบ้านเพื่อเตรียมความพร้อมอย่างดีที่สุดด้วย
นายสุชาติ ยังบอกด้วยว่า เรื่องนี้อาจมีบางคนที่อาจจะไม่ยินดีด้วย เพราะมองว่าไม่ควรเกิดขึ้นในบรรยากาศแบบนี้ อย่างไรก็ดีมองว่าทุกคนคควรมีวุฒิภาวะ อย่าเอาเรื่องความดีใจของคนไทยทั้งประเทศมาเป็นเรื่องการเมือง ตนไม่ได้บอกว่าทำในยุคนี้แล้วจบยุคนี้ แต่ทำมา 5 รัฐบาลแล้ว ถ้าวันนี้ทำเรื่องสำคัญยื่นขึ้นทะเบียนมรดกโลก แล้วอีก 5-6 ปี คุณเป็นรัฐบาลจะปฏิเสธหรือไม่ เพราะเดินกันมาขนาดนี้ ต้องมีใจเป็นกลาง และมีหัวใจของความเป็นคนไทยด้วย อยากจะเตือนความคิดความอ่านของคนที่ไม่เห็นด้วย เพราะถ้าหากได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ต่างประเทศอยากมาตามสถานที่ที่ขึ้นมรดกโลกมีที่ไหนบ้าง ซึ่งจะสามารถเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะวันสำคัญทางศาสนาได้













ใส่ความเห็น