นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย (JICC) ถึงสถานการณ์อุทกภัยว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการในที่ประชุมให้ตรึงกำลังเจ้าหน้าที่และทรัพยากรในพื้นที่ที่ประสบเหตุอุทกภัยไว้อย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้เต็มที่ ส่วนจังหวัดหรือพื้นที่ที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายให้เจ้าหน้าที่เร่งประเมินความเสียหายควบคุมกับการฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบ
สำหรับการคาดการณ์พยากรณ์อากาศในห้วงสัปดาห์หน้า กรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งมาว่า ในวันที่ 5-7 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยจะมีฝนมากขึ้น เริ่มมาจากทางภาคอีสานไล่มาทางภาคตะวันตกของประเทศ และช่วงวันที่ 11-14 ตุลาคม 2569 คาดว่าจะมีฝนตกหนักหรือฝนตกแช่ในหลายพื้นที่ภาคกลาง เริ่มมาตั้งแต่ จ.นครสวรรค์ โดยปริมาณน้ำฝนจะอยู่ที่ 100 มิลลิเมตร ก่อนที่จากนั้นฝนจะเลื่อนลงไปทางตอนใต้ของประเทศ
ส่วนการบริหารจัดการน้ำ ปัจจุบันเขื่อนเจ้าพระยายังสามารถควบคุมได้ โดยท้ายเขื่อนมีการระบายน้ำอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่ จ.ชัยนาท สิงห์บุรี และอ่างทอง เฝ้าระวังแม้สถานการณ์จะทรงตัว ส่วน จ.อยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรี สถานการณ์ยังคงที่เช่นกัน แต่ยังอาจมีผลกระทบจากระดับน้ำที่ล้นตลิ่ง
ขณะที่ กทม.บริเวณแนวคันกั้นน้ำยังไม่มีผลกระทบใด ๆ ส่วนปัจจุบันเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังสูงอยู่ ประกอบด้วย 1.ถนนพหลโยธิน รอยต่อกทม.-พหลโยธิน 54/1 2.ถนนสุวินทวงศ์ แยกตัดถนนรามคำแหง-คลองโตนด 3.ถนนกรุงเทพกรีฑา ซอย 9-25 และซอย 41-55 4.ถนนหลวงแพ่ง 5.ถนนฉลองกรุง 6.ถนนเจ้าคุณทหาร ช่วงร่มเกล้า -แยกเจ้าคุณทหาร ส่วนพื้นที่เขตมีนบุรี หนองจอก ประเวศ สะพานสูง รวมถึงสายไหมยังต้องติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์ยังน่าเป็นห่วง โดยในส่วนของพื้นที่สายไหม-ออเงิน เจ้าหน้าที่กำลังเร่งระบายน้ำออกอย่างเต็มที่ คาดว่าต้องใช้เวลาอีก 2 วัน










ใส่ความเห็น