นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีการเบิกจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม ซึ่งก่อนหน้านี้ทางกรุงเทพมหานคร (กทม.) ออกมาบอกว่ามีไม่เพียงพอ โดยนายอนุทิน ได้ย้อนถามว่าใครบอกว่าเงินไม่พอ ผู้สื่อข่าวจึงตอบว่า กทม. นายอนุทิน จึงย้อนกลับว่า ทีเวลาจะไปขอเงินใคร ก็ไม่เห็นมีใครบอกว่าเงินพอสักคน และถ้าเกิดเหตุประสบภัยในท้องถิ่นก็ต้องให้ท้องถิ่นเยียวยาก่อน หากไม่พอจึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะสมทบ ซึ่งอย่างไรแล้วในภาพรวมรัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว
นายอนุทิน ระบุต่อว่า กรณีนี้ได้มีการหารือกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปลัดกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ซึ่งในส่วนของ กทม.มีพื้นที่ประสบภัยมาก ทำให้ต้องใช้เงินเยียวยาจำนวนมากเช่นกันกว่าเกือบ 4,000 ล้านบาท โดย กทม.ได้สมทบมา 500 ล้านบาท อีก 3,500 ล้านบาท เป็นงบกลางที่ตนกันไว้จากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์ที่ผ่านมา 1 หมื่นกว่าล้านบาท และหวังใจว่าจะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้อีกแล้ว เพราะถ้าเกิดซ้ำอีกในช่วงนี้ แพ็กเกจประกันภัยก็จะเป็นผู้รับผิดชอบ ดังนั้นขอย้ำว่าอย่าพูดว่าเงินไม่พอ เพราะอย่างไรแล้วรัฐบาลต้องรับผิดชอบภาพรวมอยู่แล้ว
ส่วนที่ประชาชนสะท้อนเสียงมาว่าเงินเยียวยาได้ล่าช้า นายอนุทิน ระบุว่า ขั้นตอนติดขัดอยู่ที่การตรวจสอบรายชื่อและคุณสมบัติ เพราะมีคนพยายามใช้ทริก 1 ครัวเรือนแยกออกไปเป็น 5 ครัวเรือน 10 ครัวเรือน ซึ่งทำอย่างนั้นไม่ได้ ต้องให้ความยุติธรรมทั่วทั้งประเทศ พร้อมย้ำว่ามาตรการเยียวยาเบื้องต้นคือเยียวยาครัวเรือนละ 9,000 บาท มันจะแตกหน่ออะไรก็แล้วแต่ มันจะต้องครัวเรือนละ 9,000 บาท ที่มีปัญหาอยู่คือเราจะต้องตรวจสอบ เห็นหรือไม่ว่ามันมีกรณีที่เกิดขึ้น พอจ่ายไปแล้วไม่ตรงเกณฑ์ แล้วไปเรียกคืนใครเขาจะคืน ต้องทำหนังสือไล่ทวงคืนตามระเบียบราชการ แล้วก็เสียความรู้สึก ซึ่งที่ผ่านมาเราต้องรอสถานการณ์เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยจ่าย แต่อันนี้เราเร่งจ่ายเพื่อต้องการให้ประชาชนสะดวกมากขึ้น แต่การตรวจสอบก็ยังต้องเข้มข้น










ใส่ความเห็น