เมื่อสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้ายจากผู้ตัดสิน จอห์น บรูคส์ ในสนาม เวมบลีย์ แฟนบอล นิวคาสเซิล ยูไนเตด หลายคนร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจหลังจากทัพ “สาลิกาดง” เฉือนเอาชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 ในศึก คาราบาว คัพ นัดชิงชนะเลิศเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการยุติฝันร้ายจากการพ่ายแพ้ในรอบชิงฯฟุตบอลถ้วยในประเทศต่อเนื่องถึง 9 ครั้ง นับตั้งแต่ที่เคยคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ได้เมื่อปี 1955
ขณะเดียวกัน มันเป็นเวลานานกว่า 56 ปี ที่ นิวคาสเซิล ไม่เคยคว้าแชมป์รายการใหญ่ได้เลยหลังจากคว้าถ้วย “อินเตอร์ ซิตี แฟร์สคัพ” เมื่อปี 1969 โดยช่วงเวลาหลังจากนั้น พวกเขากลายเป็นทีมที่ต้องผิดหวัง และถูกแฟนบอลทีมอื่นเย้ยหยันมาตลอด จนกระทั่ง เอดดี ฮาว กุนซือชาวอังกฤษ ได้รับการแต่งตั้งจากกลุ่มผู้บริหารชุดใหม่สัญชาติซาอุดีอาระเบีย ให้เข้ามาคุมทีมเมื่อปี 2021
ชัยชนะเหนือ ลิเวอร์พูล ครั้งนี้อาจนำพา ฮาว ไปสู่จุดสูงสุดในหน้าประวัติศาสตร์ของนิวคาสเซิล และในอนาคตรูปปั้นของเขาอาจได้รับการสร้างขึ้นเคียงข้างตำนานผู้จัดการทีมอย่าง เซอร์ บอบบี รอบสัน และอดีตยอดกองหน้าอย่าง อลัน เชียเรอร์ ซึ่งทั้งคู่เป็นบุคคลที่สาวก “ทูน อาร์มี” ให้ความเคารพอย่างมาก
นอกจากนี้ ฮาว ยังจารึกชื่อของตัวเองในฐานะผู้จัดการทีมชาวอังกฤษคนแรกที่คว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยภายในนับตั้งแต่ปี 2008 หลังจาก แฮร์รี เรดแนปป์ เคยทำได้ด้วยการพา พอร์ทสมัธ คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ และยังเป็นโค้ชเลือดผู้ดีคนแรกที่คว้าถ้วยรายการนี้ นับตั้งแต่ สตีฟ แมคลาเรน ประสบความสำเร็จกับ มิดเดิลสโบรห์ ในปี 2004
ครั้งนี้ นิวคาสเซิล แสดงให้เห็นว่า พวกเขาได้เรียนรู้จากความผิดหวังเมื่อสองปีก่อน กับความพ่ายแพ้ต่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเตด ด้วยสกอร์ 2-0 ในรอบชิงชนะเลิศ คาราบาว คัพ ซึ่งเหล่านักเตะ “สาลิกาดง” แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเท และสู้กับผู้เล่น ลิเวอร์พูล ได้อย่างไม่เป็นรองตลอดทั้ง 90 นาที
แม้จะมีปัญหาผู้เล่นตัวหลักบาดเจ็บหลายราย อาทิ ลูอิส ฮอลล์, สเวน บอตแมน และ จามาล ลาสเซลส์ รวมถึง แอนโธนี กอร์ดอน ที่ติดโทษแบน แต่ผู้เล่นคนอื่นอย่าง ซานโดร โตนาลี, โจเอลลิงตัน และ คีแรน ทริปเปียร์ ก็ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี รวมทั้ง แดน เบิร์น และ อเลกซานเดอร์ อิซัค ที่ยิงกันไปคนละหนึ่งประตู
ฮาว กล่าวหลังจบเกมว่า “ผมภูมิใจมาก ๆ มันเป็นความรู้สึกที่ติดตัวผมมาตลอดทั้งวัน ซึ่งถือว่าไม่ค่อยปกตินัก วันนี้เป็นวันที่มีความสำคัญสำหรับแฟนบอลทุกคน เราต้องการสร้างความภาคภูมิใจให้พวกเขา และคว้าถ้วยแชมป์ที่ทุกคนเฝ้ารอมาครองใหได้”
“ผมพอใจกับผลการแข่งขัน และผลงานของทีม วันนี้เราสมควรได้รับชัยชนะแล้ว มันเป็นเกมที่ยาก เพราะเมื่อ ลิเวอร์พูล ทำประตูได้ ผมก็เริ่มคิดถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ เพราะเรามักจะสร้างความลำบากให้ตัวเองจนไม่มีทางที่จะจบด้วยสกอร์ 2-0 ได้ง่าย ๆ”
“เราเข้าใจถึงประวัติศาสตร์ของสโมสร และต้องการสร้างสิ่งที่น่าภูมิใจ เรารู้ดีถึงประวัติศาสตร์นี้ และเราต้องการสร้างความสำเร็จเพื่อสโมสร เราต้องการทำประตู แสดงความสามารถ และคว้าชัยชนะให้ได้ วันนี้เรากำลังก้าวไปข้างหน้าในเส้นทางใหม่ ซึ่งผมคิดว่าเราแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ยอดเยี่ยม”
ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่แค่ในฐานะสโมสรฟุตบอลเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงทั้งเมืองนิวคาสเซิล ที่พวกเขารอคอยแชมป์มานานกว่า 56 ปี และชื่อของ “เอดดี ฮาว” จะถูกจดจำในฐานะตำนานของถิ่น เซนต์ เจมส์ ปาร์ค อย่างแน่นอน












ใส่ความเห็น