ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในวงการแพทย์ในหลายด้าน โดยใช้ในการตรวจจับมะเร็งผิวหนัง การวินิจฉัยโรค การช่วยศัลยแพทย์ในห้องผ่าตัด และแม้กระทั่งการพัฒนายารักษาโรคใหม่ๆ
ในฝรั่งเศส บริษัทสตาร์ทอัพในวงการสุขภาพกำลังเติบโตและนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น อุปกรณ์ติดตามสุขภาพจากระยะไกล (Telemedicine) หรือหุ่นยนต์ช่วยเหลือในงานแพทย์ โดยเฉพาะในห้องผ่าตัด หุ่นยนต์เหล่านี้สามารถช่วยศัลยแพทย์ในกระบวนการผ่าตัดที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการปรับตัวให้เข้ากับข้อจำกัดต่างๆ ของการผ่าตัดที่ยากลำบาก
ล่าสุดที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย Henri-Mondor ในฝรั่งเศส ทีมแพทย์ได้ใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ในการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายไต ซึ่งการผ่าตัดครั้งนี้สามารถทำได้อย่างแม่นยำและมีความปลอดภัยสูงขึ้น โดย Dr. Alexandre Ingels ได้อธิบายถึงข้อดีของเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ใช้ในการผ่าตัดนี้ว่า “ข้อดีสำหรับผู้ป่วยคือการมีเลือดออกน้อยลง ทำให้การฟื้นตัวเร็วขึ้นและเจ็บปวดน้อยลง เพราะไม่ต้องทำการเปิดแผลขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความแม่นยำในการแยกหลอดเลือด โดยเฉพาะในการผ่าตัดที่ซับซ้อน” เทคโนโลยีนี้ช่วยลดความเสี่ยงในการผ่าตัดและทำให้กระบวนการทั้งหมดราบรื่นมากขึ้น
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่เพียงแต่ช่วยในเรื่องการตรวจวินิจฉัยโรค แต่ยังถูกใช้ในการจัดการข้อมูลจำนวนมากและทำนายโรคโดยการวิเคราะห์ภาพรังสีหรือการปรับเปลี่ยนการรักษาให้เหมาะสมกับการตอบสนองของผู้ป่วย
Maya Noël ผู้บริหารสมาคมสตาร์ทอัพ France Digitale กล่าวว่า “AI เปรียบเสมือนผู้ช่วยส่วนตัวที่สามารถทำงานได้หลายอย่าง” ตัวอย่างหนึ่งคือแอปพลิเคชันที่สามารถจับเสียงต่างๆ เช่น เสียงตกหรือเสียงอาเจียน ซึ่งสามารถส่งข้อมูลนั้นไปยังพยาบาลได้ทันที แทนที่จะต้องทำการเดินตรวจหลายรอบ พยาบาลสามารถใช้เวลาในการให้ความสำคัญกับเหตุการณ์ที่สำคัญและตอบสนองได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุการณ์เร่งด่วน
แม้ว่า AI จะไม่สามารถทดแทนบทบาทของแพทย์ได้ แต่เทคโนโลยีนี้สามารถช่วยให้แพทย์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัยและช่วยให้แพทย์ประหยัดเวลาในการรักษาผู้ป่วย ช่วยให้พวกเขาสามารถให้การดูแลที่ดีขึ้นและรวดเร็วยิ่งขึ้น













ใส่ความเห็น