
หลังจากความวุ่นวายทางการเมืองที่ยืดเยื้อมาหลายเดือน ทั้งการลงมติไม่ไว้วางใจ การปิดกั้นการทำงานของรัฐสภา และการลาออกของนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโดเมื่อต้นเดือนมกราคม ล่าสุด นายมาร์ค คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของแคนาดา ได้ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม ว่าจะจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 28 เมษายน โดยให้เหตุผลว่า “ผมขออำนาจจากประชาชนชาวแคนาดาเพื่อรับมือกับประธานาธิบดีทรัมป์”

ปัญหาทางการเมืองในประเทศยังทวีความซับซ้อนขึ้นด้วยความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นกับสหรัฐฯ นับตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้ง เขาได้เริ่มสงครามการค้ากับแคนาดาและกล่าวซ้ำๆ ว่า “แคนาดาถูกกำหนดให้เป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ” นายคาร์นีย์ตอบโต้ว่า “ทรัมป์ต้องการบดขยี้เรา เพื่อให้สหรัฐฯ ครอบครองแคนาดา” แต่ยืนยันว่า “เราจะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น”
เดิมทีพรรคเสรีนิยมของทรูโด ซึ่งครองอำนาจมานานกว่า 10 ปี มีแนวโน้มจะแพ้การเลือกตั้งให้กับพรรคอนุรักษนิยมแบบถล่มทลาย แต่การกลับมาของทรัมป์ได้เปลี่ยนสถานการณ์ไปอย่างสิ้นเชิง กระแสชาตินิยมในแคนาดาพุ่งสูงขึ้น ทำให้ความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ กลายเป็นประเด็นหลักของการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งผิดไปจากปกติที่มักเน้นเรื่องค่าครองชีพ วิกฤตที่อยู่อาศัย และนโยบายผู้อพยพ










ใส่ความเห็น