พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.ทรงกลด เกริกกฤตยา ผบก.ปคม., พ.ต.อ.กรีธา ตันคณารัตน์ รอง ผบก.ปคม.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำโดย ว่าที่ พ.ต.อ.ก่อเกียรติ วุฒิจำนงค์ ผกก.1 บก.ปคม.ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สมเด็จเจ้าพระยา และเจ้าหน้าที่กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ร่วมกันจับกุมตัว ผู้ต้องหา จำนวน 30 ราย ( คนไทย จำนวน 4 ราย, ต่างด้าว จำนวน 26 ราย )
ร้านที่ 1 จับกุมผู้ต้องหาจำนวน 6 ราย
– นางสุภาพฯ ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เปิดสถานบริการโดยไม่รับอนุญาต และรับคนต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน”
– ต่างด้าวสัญชาติลาว จำนวน 5 ราย ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้”
ร้านที่ 2 จับกุมผู้ต้องหาจำนวน 1 ราย
– น.ส.แสงหล้าฯ ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เปิดสถานบริการโดยไม่รับอนุญาต และรับคนต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน”
ร้านที่ 3 จับกุมผู้ต้องหาจำนวน 1 ราย
– น.ส.มิน สัญชาติเมียนมา ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เปิดสถานบริการโดยไม่รับอนุญาต และรับคนต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน”
ร้านที่ 4 จับกุมผู้ต้องหาจำนวน 1 ราย
– นายสุรชาติฯ ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เปิดสถานบริการโดยไม่รับอนุญาต และรับคนต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน”
ร้านที่ 5 จับกุมผู้ต้องหาจำนวน 2 ราย
– นายธวัชชัยฯ ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เปิดสถานบริการโดยไม่รับอนุญาต และรับคนต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน”
– ต่างด้าวสัญชาติเมียนมา 1 ราย ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้”
ร้านที่ 6 จับกุมผู้ต้องหาจำนวน 12 ราย
– MR.XAM อายุ 35 ปี สัญชาติลาว ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เปิดสถานบริการโดยไม่รับอนุญาต และรับคนต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน”
– ต่างด้าวสัญชาติลาว จำนวน 7 ราย ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้”
– ต่างด้าวสัญชาติลาว จำนวน 4 ราย ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ และเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
ร้านที่ 7 จับกุมผู้ต้องหาจำนวน 7 ราย
– MR.KHAMPHOU สัญชาติลาว ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เปิดสถานบริการโดยไม่รับอนุญาต และรับคนต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน”
– ต่างด้าวสัญชาติลาว จำนวน 2 ราย ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้”
– ต่างด้าวสัญชาติลาว จำนวน 4 ราย ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ และเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการแก้ไขปัญหาคนต่างด้าวที่หลบหนี เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย คนต่างด้าวตั้งกลุ่มแก๊งกระทำความผิด หรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย และอาชญากรรมข้ามชาตินั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปคม. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการกระทำความผิดเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ และเจ้าหน้าที่กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ได้ตรวจพบร้านคาราโอเกะที่เปิดเป็นสถานบริการ ให้บริการดนตรี อาหาร มีหญิงสาวแต่งตัววาบหวิวคอยนั่งดื่มกินให้บริการกับลูกค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 7 ร้าน ในพื้นที่ย่านคลองสาน ซึ่งสถานบริการดังกล่าวได้นำหญิงสาวชาวต่างด้าว มาทำงานภายในร้านโดยผิดกฎหมาย และยังพบว่ามีร้านที่ประกอบกิจการโดยชาวต่างด้าวเองอีกด้วย
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปคม. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่และเจ้าหน้าที่กรมการจัดหางานกระทรวงแรงงาน ได้ร่วมกันประชุมวางแผนลงพื้นที่จับกุมสถานบริการทั้ง 7 ร้าน รวมถึงชาวต่างด้าวที่ทำงานอยู่ภายในร้านโดยผิดกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังเข้าตรวจสอบสถานบริการทั้ง 7 ร้าน พบว่าทั้ง 7 ร้าน ไม่มีใบอนุญาตตั้งสถานบริการ อีกทั้งพบว่า มีจำนวน 3 ร้าน ซึ่งมีต่างด้าวเป็นผู้ประกอบกิจการด้วยตนเอง และพบพนักงานที่ทำงานภายในร้าน รวมถึงพนักงานนั่งดื่มกินให้บริการกับลูกค้าเป็นชาวต่างด้าวจำนวนมาก โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 7 ร้านได้ รวมจำนวน 26 ราย เป็นชาวไทย จำนวน 4 ราย ต่างด้าวชาวเมียนมา จำนวน 1 รายต่างด้าวชาวลาว จำนวน 21 ราย จากนั้น นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สน.สมเด็จเจ้าพระยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา














ใส่ความเห็น