โธมัส ทูเคิล เริ่มต้นงานใหม่ในฐานะกุนซือทีมชาติอังกฤษอย่างเป็นทางการสองเกมแรกได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการพาทีมเปิดสนาม เวมบลีย์ เอาชนะ แอลเบเนีย 2-0 ต่อถ้วยถล่ม ลัตเวีย 3-0 ในเกมฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ซึ่งเป็นทิศทางที่ดีสำหรับยุคใหม่ของพลพรรค “สิงโตคำราม”
ภาพรวมของ อังกฤษ ภายใต้การกุมบังเหียนของ ทูเคิล ยังไม่ได้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในเรื่องแท็คติค และโครงสร้างทีมอย่างที่หลายคนคาดหวังถึงความแตกต่างจากยุคอดีตกุนซืออย่าง แกเรธ เซาธ์เกต มากนัก ทั้งที่เจ้าตัวเคยประกาศว่า ต้องการให้ลูกทีมเล่นด้วยความดุดัน ความกระหาย และอย่ากลัวความพ่ายแพ้
ทูเคิล ตัดสินใจเลือกใช้แผน 4-2-3-1 โดยเกมแรกกับ แอลเบเนีย แนวรุกมี ฟิล โฟเดน และ มาร์คัส แรชฟอร์ดที่ ประจำการในตำแหน่งปีกขวา และซ้าย ส่วน จูด เบลิงแฮม รับบทจอมทัพเบอร์ 10 อยู่ข้างหลังกองหน้าตัวเป้าอย่าง แฮร์รี เคน
ส่วนในเกมที่สองกับ ลัตเวีย โค้ชวัย 51 ปี ยังยึดมั่นกับระบบ 4-2-3-1 ตามเดิม แต่เปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่น โดยมอบหมายหมาย จาร์รอด โบเวน และ มอร์แกน โรเจอร์ส ทำเกมรุก พร้อมกับถอย เบลิงแฮม ไปยืนเป็นกองกลางตัวต่ำ และมี เคน ยืนเป็นศูนย์หน้าตัวเป้า
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจใน 2 เกมที่ผ่านมาคือ ทูเคิล กล้าส่ง ไมล์ส ลูอิส-สเคลลี แบ็กซ้ายดาวรุ่ง จาก อาร์เซนอล ลงสนามในนามทีมชาติครั้งอังกฤษแรก และ ดาวเตะวัย 18 ปี กับ 176 วัน ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง หลังซัดไป 1 ลูก และกลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ทำประตูในการเปิดตัวทีมชาติชุดใหญ่ได้สำเร็จ ส่วนอีกไฮไลต์หนึ่งคือ แดน เบิร์น กองหลัง นิวคาสเซิล ยูไนเตด ที่แม้จะได้ลงเล่นครั้งแรกในวัย 32 ปี แต่โชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจ
ทูเคิล ยังคงเน้นไปที่การปรับจังหวะ และระบบทีม โดยเฉพาะเรื่องของความเข้มข้น การครองบอล และการกดดันคู่ต่อสู้ ซึ่งเขายอมรับว่า ยังมีงานอีกมากที่รออยู่ และแม้ว่าสถิติต่าง ๆ เช่น การสัมผัสบอลในเขตโทษคู่ต่อสู้ และเปอร์เซ็นต์การครองบอล จะทำได้ดี แต่ยังคงเร็วเกินไปที่จะเห็นความเปลี่ยนแปลง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนแตกต่างจากยุค เซาธ์เกต คือ การกระตุ้นลูกทีมจากข้างสนามของ ทูเคิล ที่ต้องการให้นักเตะเพรสซิง และแสดงถึงความกระตือรือร้นในจังหวะแย่งบอลคืน ซึ่งเป็นแนวทางที่เขาหวังว่า จะกลายเป็นเอกลักษณ์ใหม่ของพลพรรค “สิงโตคำราม” ในอนาคต
ขณะเดียวกัน แม้ว่าจะมีช่วงที่นั่งนิ่ง ๆ อยู่ในซุ้มตัวสำรอง และเฝ้าสังเกตการณ์จากข้างสนาม แต่ภาษากายในบางจังหวะ ของ ทูเคิล เช่น ชูกำปั้นหลังทีมได้ประตูขึ้นน หรือพูดคุยกับเล่นอย่างเคร่งเครียดก็แสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังตามแบบฉบับคนเยอรมัน
ผลงานในสองเกมล่าสุด อังกฤษ ยิงได้ 5 ประตู พร้อมกับเก็บคลีนชีตได้ และถึงแม้จะเจอคู่ต่อสู่ที่ไม่แข็งแกร่งนัก แต่ก็แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของยุคใหม่ที่กำลังเริ่มขึ้น ซึ่ง ทูเคิล ยังมีเวลา และโอกาสมากมายที่จะพิสูจน์ตัวเองในฐานะนายใหญ่คนใหม่แห่งทัพ “ทรี ไลออนส์”












ใส่ความเห็น