โลกกำลังจับตาการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในวันอังคารนี้ หลังจากที่เครมลินยืนยันตามที่ทรัมป์ประกาศก่อนหน้านี้ นี่เป็นการพูดคุยครั้งที่สองของทั้งสองผู้นำ หลังจากการหารือเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ซึ่งช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซียเริ่มคลี่คลาย ขณะที่ทรัมป์เสนอข้อตกลงหยุดยิง 30 วัน รัสเซียยังคงยืนกรานให้ยูเครนยอมรับการผนวก 5 ภูมิภาค หยุดเข้าร่วม NATO และให้โวโลดีมีร์ เซเลนสกีลงจากตำแหน่ง

ในอีกด้านหนึ่ง ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปปะทุขึ้น เมื่อราฟาแอล กลุคส์มานน์ นักการเมืองฝรั่งเศสเรียกร้องให้สหรัฐฯ “คืนเทพีเสรีภาพ” ทำเนียบขาวตอบโต้ด้วยข้อความเชิงประชดประชันว่า “หากไม่มีสหรัฐฯ คนฝรั่งเศสคงพูดภาษาเยอรมันไปแล้ว” คำพูดดังกล่าวสร้างความไม่พอใจในยุโรป และกระตุ้นให้เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับบทบาทของสหรัฐฯ ในเวทีระหว่างประเทศ
ขณะเดียวกัน ลิทัวเนียออกแถลงการณ์ว่าหน่วยข่าวกรองรัสเซียอยู่เบื้องหลังเหตุวางเพลิงร้านอิเกียในกรุงวิลนีอุสเมื่อปี 2024 โดยใช้ระเบิดตั้งเวลาเพื่อสร้างความวุ่นวายในยุโรปตะวันออก อัยการลิทัวเนียเชื่อมโยงเหตุการณ์นี้กับคดีวางเพลิงห้างสรรพสินค้าในโปแลนด์ ด้านนายกรัฐมนตรีโปแลนด์ โดนัลด์ ทัสก์ ยืนยันว่าผู้กระทำผิดคือหน่วยข่าวกรองรัสเซีย ซึ่งทำให้ความตึงเครียดระหว่างยุโรปและเครมลินเพิ่มสูงขึ้น










ใส่ความเห็น