ดร.อลัน การ์เบอร์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ออกแถลงการณ์ขอโทษอย่างเป็นทางการ หลังจากรายงานภายในเปิดเผยว่ามีนักศึกษาเผชิญกับอคติต่อชาวยิวและชาวมุสลิมในรั้วมหาวิทยาลัย นักศึกษาหลายรายกล่าวว่าต้องปกปิดตัวตนและรู้สึกถูกกีดกันจากทั้งเพื่อนและอาจารย์ รายงานนี้จัดทำขึ้นจากการจัดตั้งคณะทำงานสองชุดเพื่อตรวจสอบความลำเอียงภายในมหาวิทยาลัย ภายหลังจากการประท้วงสนับสนุนปาเลสไตน์เมื่อปีที่แล้วซึ่งสร้างความตึงเครียดอย่างหนักในมหาวิทยาลัย
ฮาร์วาร์ดให้คำมั่นว่าจะทบทวนกระบวนการรับนักศึกษาและหลักสูตรการเรียนการสอน โดยจะให้ความสำคัญกับการประเมินศักยภาพของผู้สมัครในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ มีความเห็นอกเห็นใจ และสามารถมีส่วนร่วมในการสนทนาอย่างสุภาพ อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้ยังไม่ตอบสนองความต้องการของทำเนียบขาวที่กดดันให้ยุติการให้สิทธิพิเศษตามเชื้อชาติหรือชาติกำเนิด และใช้เกณฑ์ “ความสามารถล้วน” ภายในเดือนสิงหาคม
รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะห้ามมหาวิทยาลัยรับนักศึกษาต่างชาติและตัดสิทธิ์การยกเว้นภาษี หากไม่ดำเนินการตามข้อกำหนดดังกล่าว ส่งผลให้ฮาร์วาร์ดยื่นฟ้องรัฐบาลกลางเพื่อขอระงับมาตรการนี้ โดยอ้างว่ารัฐบาลกำลังใช้อำนาจเงินทุนเป็นเครื่องมือบีบบังคับการตัดสินใจทางวิชาการ ทั้งนี้ ดร.การ์เบอร์ ซึ่งเป็นชาวยิว ได้กล่าวว่าแม้ตนจะดำรงตำแหน่งสูงสุดในมหาวิทยาลัย ก็ยังเคยเผชิญกับการเหยียดเชื้อชาติด้วยตนเอง













ใส่ความเห็น