ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยหลักลง 0.25% เหลือ 2.25% ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว โดยเฉพาะจากผลกระทบของ สงครามการค้า ที่ปะทุขึ้นหลังจาก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มตั้งกำแพงภาษีกับหลายประเทศ จุดชนวนความไม่แน่นอนทั่วโลก ECB ระบุว่าความตึงเครียดเหล่านี้ส่งผลต่อการลงทุนของภาคธุรกิจ และทำให้ผู้บริโภคระวังตัวมากขึ้น
ในขณะที่ ECB ดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลดดอกเบี้ย ฝั่ง ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) กลับเลือกที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ ส่งผลให้ทรัมป์ออกมาโจมตีประธาน Fed อย่าง เจอโรม พาวเวลล์ ผ่านโซเชียลมีเดียอย่างรุนแรง ด้าน คริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB กลับออกมาปกป้องเพื่อนร่วมวงการ โดยเน้นย้ำว่า “ความเป็นอิสระของธนาคารกลาง” คือหลักการสำคัญที่ไม่ควรถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง
นักวิเคราะห์เตือนว่า ความวุ่นวายทางการค้าทำให้ห่วงโซ่อุปทานสะดุด และอาจนำไปสู่ภาวะสินค้าล้นตลาดทั่วโลก ซึ่งอาจกดดันให้ราคาสินค้าตกลงเข้าสู่ภาวะ เงินฝืด (deflation) หากสถานการณ์ยืดเยื้อต่อไป ผู้เชี่ยวชาญจาก KPMG มองว่านี่คือความเสี่ยงระยะกลางที่ทั่วโลกต้องจับตาอย่างใกล้ชิด












ใส่ความเห็น