กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก. และ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ทล. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร.ต.อ.ภิเชศ นาเมืองรักษ์ รอง สว.ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล., ร.ต.อ.เอกพจน์ พานแก้ว และ ร.ต.ท.ภาสพงศ์ แพงคำ
ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ข้อหา “มีและใช้เอกสารราชการปลอม” ตามกฎหมายมาตรา 268 พร้อมของกลางที่ตรวจยึดรถ ดังนี้
1.นายอนุรักษ์ อายุ 45 ปี
– รถยนต์ ยี่ห้อ MITSUBISHI สี น้ำตาล-ดำ ทะเบียน กรุงเทพมหานคร
– ป้ายแสดงการเสียภาษีประจำปีที่ติดมากับรถยนต์คันดังกล่าว
2.นายไกรลาศ อายุ 45 ปี
– รถยนต์ ยี่ห้อ MITSUBISHI สีขาว ทะเบียน นครราชสีมา
– แผ่นป้ายทะเบียน นครราชสีมา จำนวน 2 แผ่น ,แผ่นป้ายชำระภาษีประจำปี
3.นายภูวนาถ อายุ 22 ปี
– รถยนต์ ยี่ห้อ TOYOTA สีดำ รุ่น ALPHARD ทะเบียน ชลบุรี
– แผ่นป้ายทะเบียน ชลบุรี จำนวน 2 แผ่น
4.นายกฤษณะ อายุ 33 ปี
– รถยนต์ ยี่ห้อ BMW สีขาว รุ่น X3 ทะเบียน กรุงเทพมหานคร
– แผ่นป้ายทะเบียน กรุงเทพมหานคร จำนวน 2 แผ่น,ป้ายแสดงการเสียภาษี
ตรวจยึดรถต้องสงสัย จำนวน 8 คัน
1.น.ส.จรรยา อายุ 32 ปี
– รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ยี่ห้อ ฮอนด้าแจ๊ส สีขาว ทะเบียน นครราชสีมา
– แผ่นป้าย นครราชสีมา จำนวน 2 แผ่น
2.นายกรกฎ อายุ 32 ปี
– รถบรรทุกยี่ห้อ นิสสัน สีเทา หมายเลขทะเบียนที่ติดมากับตัวรถ กรุงเทพมหานคร
– แผ่นป้ายทะเบียน กรุงเทพมหานคร จำนวน 2 แผ่น, แผ่นป้ายชำระภาษี
3.นายธงชัย อายุ 38 ปี
-รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ HONDA รุ่น SCOOPY สีแดง-น้ำตาล ทะเบียน กรุงเทพมหานคร
– รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ HONDA รุ่น SCOOPY สีเทา-เหลือง ทะเบียน ชลบุรี
– รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ KAWASAKI รุ่น Z300ABS สีแดง-ดำ ทะเบียน กรุงเทพมหานคร
4.นายพิชิต อายุ 57 ปี
– ป้ายแดง ทะเบียน กรุงเทพฯ
– สมุดคู่มือประจำรถใช้กับเครื่องหมายพิเศษ กรุงเทพ
5.นางสาวบุรัสกร อายุ 27 ปี
– รถยนต์ ยี่ห้อ โตโยต้า สีเทา ทะเบียนที่ติดมากับตัวรถ กรุงเทพมหานคร
– แผ่นป้ายทะเบียน กรุงเทพมหานคร จำนวน 2 แผ่น
6.นายติยวัฒน์ อายุ 67 ปี
– รถยนต์ MINI COOPER สี แดง ขาวหมายเลขทะเบียนที่ติดมากับตัวรถ
– ป้ายทะเบียนรถ ทะเบียน กรุงเทพฯ จำนวน 2 แผ่น , แผ่นป้ายภาษี
พฤติการณ์ ด้วยตำรวจทางหลวงชลบุรีในห้วงวันที่ 21 เม.ย.-20 พ.ค.68 ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งการร้องเรียน ผ่านทางสื่อออนไลน์และเดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตามตามพื้นที่ต่าง ๆ กรณีได้รับใบสั่งจำนวนหลายใบจากเจ้าพนักงานจราจร ส่งผลให้ผู้เสียหายได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชลบุรีติดตามสืบสวน จนพบรถที่นำไปกระทำความผิด ซึ่งมีการนำแผ่นป้ายทะเบียน ที่ผิดกฎหมาย และป้ายทะเบียนที่ไม่พบข้อมูลในระบบขนส่งมาใช้งาน จึงได้ระดมสืบสวนจับกุมข้อหา “มีและใช้เอกสารราชการปลอม” ต่อมาผู้ต้องหาให้การว่า ได้ทำการซื้อรถยนต์ที่ติดพร้อมแผ่นป้ายทะเบียนและแผ่นป้ายภาษีมาจากตลาดมืด ผ่านช่องทางออนไลน์เฟซบุ๊กเพจรถหลุดจำนำมือสอง บางรายมีการนำข้อมูลรถของผู้อื่น มาทำแผ่นป้ายทะเบียนหรือแผ่นป้ายภาษีขึ้นมาใหม่นำมาสวมใส่รถตนเองในเหมือนเป็นลักษณะ “รถแฝด” และบางรายซื้อมาจากร้านค้าหรือร้านรับทำป้ายปลอมย่านพัทยา ซึ่งอยู่ในระหว่างรวบรวมข้อมูลสืบสวนขยายผล เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ข้อมูลเชิงลึก พบว่ารถส่วนที่ถูกตรวจยึด จับกุม ส่วนใหญ่นำมาใช้ขับขี่หลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่และใช้ในการกระทำความอาญารูปแบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะ
โดยข้อกล่าวหาข้างต้นมีโทษตามกฎหมายดังนี้
ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268 ฐานใช้เอกสารราชการปลอม ซึ่งความผิดฐานปลอมเอกสารราชการหรือใช้เอกสารราชการปลอม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 100,000 บาท
เตือนภัย
1.การนำข้อมูลรถของผู้อื่น นำมาทำแผ่นป้ายทะเบียนหรือแผ่นป้ายภาษีขึ้นมาใหม่ ถือว่าเป็นการสวมทะเบียน มีความผิดในข้อหาปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม
2.การนำป้ายทะเบียนที่ไม่พบข้อมูลในระบบขนส่งมาใช้งาน ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย
3.การซื้อขายหรือการเปลี่ยนมือของรถ จะต้องมีการโอนผ่านทางทะเบียนที่กรมการขนส่งทางบกหรือขนส่งจังหวัดเท่านั้น
4.หากมีปัญหาเกี่ยวกับทะเบียนรถ ควรติดต่อกรมการขนส่งเพื่อขอคำแนะนำ ไม่ควรแก้ไขหรือดัดแปลงทะเบียนรถด้วยตนเอง


















ใส่ความเห็น