อเล็กซานเดอร์ อิซัค, วิคเตอร์ เยอเคอเรส, แอนโธนี เอลันกา และ เดยัน คูลูเซฟสกี ถือเป็นผู้เล่นแนวรุกระดับท็อปของศึก พรีเมียร์ลีก โดยชื่อชั้นของพวกเขาสามารถพาทีมชาติสวีเดนไปเล่นในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้าย ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก หากโชว์ฟอร์มได้เหมือนที่เคยทำมาตลอด
อย่างไรก็ตาม ความเป็นจริงในตอนนี้กลับแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิงหลังจากเกมล่าสุด สวีเดน บุกไปพ่าย สวิตเซอร์แลนด์ ขาดลอย 4-1 จนหล่นมารั้งบ๊วยในกลุ่ม บี และไม่พบกับชัยชนะเลยตลอด 4 เกมที่ผ่านมา ทำให้หมดโอกาสข้ารอบสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
โชคยังดีที่ สวีเดน ยังมีหนทางสุดท้ายในการคว้าตั๋ว ฟุตบอลโลก หลังได้รับสิทธิ์ไปเล่นรอบ เพลย์ออฟ ในเดือนมีนาคมปีหน้า จากผลงานการเป็นแชมป์กลุ่ม ลีก ซี ใน ยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาลที่ผ่านมา แต่หากมองในภาพรวมถือว่า พลพรรค “ไวกิ้ง” ทำผลงานได้น่าผิดหวัง และสร้างความผิดพลาดมากมาย
จุดเริ่มต้นคือ สวีเดน แต่งตั้ง จอน ดาห์ล โทมัสสัน เข้ามาเป็นกุนซือเมื่อต้นปี 2024 ซึ่งอดีตกองหน้าทีมชาติเดนมาร์ก พาทีมชนะเพียง 9 เสมอ 2 แพ้ไปถึง 7 จาก 18 เกม และผลงานคัดบอลโลกช่วง 3 นัดสุดท้ายก่อนโดนปลดเขาพาทีมแพ้รวดให้กับ โคโซโว 2 เกม และ สวิตเซอร์แลนด์ โดยยิงประตูไม่ได้เลยแม้แต่ลูกเดียว
พอนตัส คามาร์ก อดีตกองหลังทีมชาติสวีเดน กล่าวว่า “นักเตะทีมชุดนี้ไม่ได้แย่เลย แต่ภาพรวมพวกเราทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐานมาก ๆ เมื่อคุณทำแบบนี้เกือบทุกเกม มันมีความหมายมากกว่าแค่การโทษนักเตะ ทุกคนเล่นเพื่อตัวเอง และมีช่องว่างมากมายในแดนกลาง ซึ่งเผยให้เห็นจุดอ่อนในแนวรับ”
“แม้แต่ทีมอันดับต่ำกว่าก็ยังสร้างโอกาสได้มากมาย และน่าจะยิงประตูเราได้มากกว่านี้ด้วย โทมัสสัน อาจจะหัวแข็งไปหน่อย และคิดว่าเขาสามารถผ่านเข้ารอบได้ เราต้องเปลี่ยนแปลงก่อนมันจะสายเกินไป”
เมื่อเดือนที่แล้ว สวีเดน ตัดสินใจเลือก เกรแฮม พอตเตอร์ เข้ามากู้วิฤตแทน โทมัสสัน โดยโค้ชชาวอังกฤษ วัย 50 ปี ซึ่งเคยเคยฝากผลงานกับ เชลซี, เวสต์แฮม และ ไบรท์ตัน มีความรู้ลึกซึ้งเกี่ยวกับวัฒนธรรมสวีเดนหลังเคยคุมสโมสร เอิสเตอร์ซุนด์ ในระหว่างปี 2011-2018 และพาทีมจากดิวิชั่น 4 ไปสู่ลีกสูงสุด รวมถึงคว้าแชมป์ สวีดิช คัพ ได้ 1 สมัย
แม้ พอตเตอร์ จะประเดิมคุมทีมด้วยการพ่าย สวิตเซอร์แลนด์ แต่เขายังมีโอกาสในการปรับทีม และพิสูจน์ฝีมือในเกม เพลย์ออฟ เดือนมีนาคมปี 2026 ซึ่งถึงเวลานั้น จะตอบได้ว่า สวีเดน ตัดสินใจถูกหรือไม่กับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก : Svensk fotboll











ใส่ความเห็น