วันนี้ (22 ม.ค. 69) เวลา 08.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง โดยมี นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง พร้อมด้วย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง- CIB สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ 5 หน่วยงาน เปิดปฏิบัติการ “สลายหมอกเชียงดาว” ในพื้นที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเร่งรัดแก้ไขปัญหาเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ กรณีการสวมตัวบุคคลที่ไม่มีสิทธิและการทุจริตเรียกรับผลประโยชน์ในการขอมีสถานะคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมายตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567
นายอรรษิษฐ์ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้ เริ่มต้นมาจากปฏิบัติการตัดหมอกเวียงแหง เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 68 ซึ่งมีการสืบสวนขยายผลในพื้นที่อำเภอเวียงแหงและอำเภอเชียงดาว พบพฤติการณ์ทุจริตทางทะเบียนราษฎรอย่างเป็นระบบ เริ่มต้นจากการตรวจสอบนายอนุชิต ที่จัดทำบัตรประชาชนครั้งแรกในพื้นที่ พบว่ามีความเชื่อมโยงกับหนังสือเดินทางสัญชาติจีนในชื่อ Mr. YUAN OUYANG นอกจากนี้ยังตรวจพบกลุ่มบุคคลที่แอบอ้างสิทธิสัญชาติไทยตามมติ ครม. เช่น กรณี น.ส.ไท่หลั่ง ที่ใช้เอกสารการเกิดเท็จและปลอมลายมือชื่อพยานรับรอง โดยจากการตรวจสอบภาพใบหน้าพบความเชื่อมโยงว่าเป็นบุคคลสัญชาติจีนที่มีหนังสือเดินทางจีนเช่นกัน
ปฏิบัติการครั้งนี้ยังสามารถคัดกรองบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่มีพฤติการณ์ผิดปกติ โดยพบว่ามีบุคคลสัญชาติจีนที่ถือหนังสือเดินทางต่างประเทศและมีหมายแดงขององค์การตำรวจสากล (Interpol) ในคดีฉ้อโกง คือนายอาทิตย์ รวมถึงรายของนายสาธิต ที่พบภาพใบหน้าคล้ายบุคคลสัญชาติจีนและถือสัญชาติกัมพูชา ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับขบวนการหลอกลวงออนไลน์ (Scammer) และเครือข่าย “จีนเทา” ที่มีข่าวพฤติกรรมรุนแรงเรียกค่าไถ่ โดยพบว่ามีการทุจริตสวมตัวในลักษณะเดียวกันอีกอย่างน้อย 7 ราย” นายอรรษิษฐ์ กล่าวเพิ่มเติม
นายอรรษิษฐ์ กล่าวต่อไปว่า ประเด็นสำคัญที่ตรวจพบคือการมีส่วนเกี่ยวข้องของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ได้อนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้องรวม 6 ราย ประกอบด้วย ปลัดอำเภอ 2 ราย เจ้าหน้าที่อำเภอ 2 ราย และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลทุ่งข้าวพวงอีก 2 ราย ที่มีการเอื้อประโยชน์โดยเจ้าหน้าที่รัฐในการออกเอกสารรับรองการเกิด เพื่อนำไปสู่การได้สัญชาติไทยให้กับรายอื่นด้วย นอกจากนี้ยังตรวจพบความผิดปกติในลักษณะ “การฟอกแรงงาน” โดยนำแรงงานต่างด้าวมาทำบัตรเลข 0 ในเขตอำเภอเชียงดาวมากกว่า 50 ราย และพบข้อมูลในระบบที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยว่าอาจมีการทุจริตมากกว่า 1,000 ราย
ชุดปฏิบัติการสืบสวนสอบสวน (สน.สก./สน.บท.) กรมการปกครอง จะได้ดำเนินการตรวจยึดเอกสารต้องสงสัยจากสำนักทะเบียนท้องถิ่นหลายแห่ง รวมถึงหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับอดีตผู้ช่วยนายทะเบียนที่มีรายการทุจริตทางทะเบียนจำนวนมาก และจะเร่งตรวจสอบพยานหลักฐานและขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด เพื่อดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อรักษาความถูกต้องของฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรและปกป้องความมั่นคงของประเทศชาติ


























ใส่ความเห็น