วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เพื่อแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา วุฒิสภา ลงพื้นที่ ณ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อติดตามสถานการณ์ปัญหาเขตแดนไทย–กัมพูชา ภายหลังการหยุดยิง พร้อมรับฟังข้อคิดเห็นและสถานการณ์พื้นที่ในปัจจุบันจากหน่วยงานราชการและประชาชนในพื้นที่ โดยในเวลา 13.15 นาฬิกา คณะได้เดินทางถึงผาพญากูปรี ก่อนถึงจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อมอบสิ่งของเครื่องใช้แก่ทหาร ทหารพราน ตำรวจตะเวนชายแดน และอาสาสมัครพิทักษ์ป่า ซึ่งมีนายสุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นายบัญชา จันทร์ณรงค์ นายอำเภอภูสิงห์ ผู้บัญชาการหน่วยทหารในพื้นที่ และคณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนต่าง ๆ ในโครงการ “โรงเรียนศีลห้าตามรอยพ่ออย่างพอเพียง” ให้การต้อนรับ และร่วมมอบสิ่งของเครื่องใช้ดังกล่าว
จากนั้นคณะได้เดินทางต่อไปยังจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ เพื่อรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์จากผู้แทนของกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 และหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ ซึ่งพบว่าในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษเป็นที่ตั้งหลักเขตแดน 2 หลัก คือ หลักเขตแดนหลักที่ 1 และหลักที่ 2 โดยหลักเขตแดนหลักที่ 1 สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันระหว่างไทยและกัมพูชาแล้ว เมื่อช่วง 4 เดือนที่แล้ว สำหรับปัญหาการละเมิดพื้นที่ที่ผ่านมามีการละเมิดทั้งหมด 15 ครั้ง หลังจากฝ่ายไทยได้ยื่นหนังสือร้องเรียน ฝ่ายกัมพูชายินยอมรื้อถอนให้ 6 ครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ไร่นาและพืชสวน
หลังจากรับฟังข้อมูล คณะกรรมาธิการวิสามัญฯได้มีการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ ร่วมถึงข้อห่วงใยต่อกรณีที่ทหารได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิด ก่อนมอบของที่ระลึกแก่ผู้แทนหน่วยทหาร และตรวจภูมิประเทศแนวเขตแดนตรงด่านพรมแดน และที่จุดหลักเขตแดนหลักที่ 1
สำหรับข้อมูลทั้งหมดที่ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้รับ จะถูกนำไปใช้ประกอบการพิจารณาศึกษาต่อไป













ใส่ความเห็น