, ,

“กรมศุลฯ” แถลงยึดบุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า 9 เคสสำคัญ มูลค่ารวม 170 ล้านบาท

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลในการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย กรมศุลกากรจึงได้บูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงานในการเพิ่มความเข้มงวดการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะบุหรี่ต่างประเทศและบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 สามารถจับกุมบุหรี่ต่างประเทศรวมกว่า 27.3 ล้านมวน และบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์กว่า 205,445 ชิ้น คิดเป็นมูลค่ารวม 169,634,923 บาท โดยพฤติการณ์ส่วนใหญ่จะเป็นการลักลอบนำเข้าผ่านทางพัสดุไปรษณีย์ บริษัทขนส่งเอกชน และซุกซ่อนมาในยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่ง นอกจากนี้ได้มีการขยายผลโดยบูรณาการร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และหน่วยงานอื่น ๆ เข้าตรวจค้นและจับกุมในโกดังและสถานที่พักอาศัย โดยมีผลงานจับกุมที่สำคัญ ดังนี้

1.สำนักงานศุลกากรภาคที่ 4 ตรวจค้นพัสดุของบริษัทขนส่งเอกชน พบบุหรี่ต่างประเทศ จำนวน 400,000 มวน มูลค่า 2 ล้านบาท และบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์ จำนวน 8,450 ชิ้น มูลค่า 3,731,500 บาท รวมมูลค่ากว่า 5.7 ล้านบาท

2.ด่านศุลกากรสงขลา ตรวจสอบรถบรรทุกเอกชนต้องสงสัย จำนวน 4 คัน ในพื้นที่อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา พบบุหรี่ต่างประเทศ จำนวน 3,614,800 มวน มูลค่ากว่า 18.07 ล้านบาท และตรวจค้นอาคารร้างในพื้นที่ตำบลพิจิตร อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา พบบุหรี่ จำนวน 1,680,000 มวน มูลค่ากว่า 8.4 ล้านบาท

3.สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 ร่วมกับด่านศุลกากรมุกดาหาร ตรวจค้นบริษัทขนส่งในจังหวัดมุกดาหาร พบหัวพอตบุหรี่ไฟฟ้าเมืองกำเนิดต่างประเทศ รวมจำนวน 34,800 ชิ้น มูลค่ากว่า 6.9 ล้านบาท

4.กองสืบสวนและปราบปราม ร่วมกับสำนักงานศุลกากรภาคที่ 4 และด่านศุลกากรตากใบ บูรณาการร่วมกับสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 9 และสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่นราธิวาส ตรวจค้นโกดังร้างในพื้นที่ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส พบบุหรี่ต่างประเทศ จำนวน 2,000,000 มวน มูลค่า 10 ล้านบาท

5.กองสืบสวนและปราบปราม ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตรวจค้นบ้านพักในเขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร พบบุหรี่ไฟฟ้าไฮบริดประมาณ 500 เครื่อง และมวนบุหรี่ IQOS ประมาณ 4,300 ชิ้น มูลค่ารวมประมาณ 10 ล้านบาท นอกจากนี้ กองสืบสวนและปราบปราม ยังได้เข้าตรวจสอบพัสดุไปรษณีย์ที่ต้องสงสัย ณ ที่ทำการไปรษณีย์หลักสี่ และไปรษณีย์หาดใหญ่ พบบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์รวมจำนวน 12,824 ชิ้น มูลค่ารวมประมาณ 5 ล้านบาท

6.ด่านศุลกากรแม่สอด ตรวจสอบที่ทำการไปรษณีย์ในพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พบบุหรี่ต่างประเทศ จำนวน 584,000 มวน มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท

7.สำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 ร่วมกับด่านศุลกากรแม่กลอง ตรวจค้นบริษัทขนส่งพัสดุในประเทศ โดยใช้เครื่องเอกซเรย์แบบพกพา (Handheld X-ray) ช่วยตรวจสอบ พบบุหรี่ต่างประเทศ จำนวน 12,512,380 มวน มูลค่ารวมกว่า 62 ล้านบาท

8.สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ตรวจค้น ณ ศูนย์ไปรษณีย์ศรีราชา จังหวัดชลบุรี พบเครื่องบุหรี่ไฟฟ้าชนิดใช้แล้วทิ้ง และหัวพ็อตบุหรี่ไฟฟ้า รวม 4,870 ชิ้น มูลค่ารวมกว่า 6 แสนบาท อีกทั้งยังพบบุหรี่ต่างประเทศ จำนวน 142,200 มวน มูลค่ากว่า 8.5 แสนบาท

9.สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ ร่วมกับกองสืบสวนและปราบปราม และเจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตรวจสอบตู้สินค้าที่ตกเป็นของตกค้าง จำนวน 7 ตู้ตามที่ได้อายัดไว้ พบการซุกซ่อนบุหรี่ไฟฟ้าชนิดใช้แล้วทิ้งคละกลิ่น จำนวน 46,260 ชิ้น มูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท

 

อธิบดีกรมศุลกากร ระบุด้วยว่า กรณีดังกล่าวเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 ประกอบประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่ และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2557 ทั้งนี้การจับกุมข้างต้น เป็นผลมาจากการที่กรมศุลกากรได้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด และบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายมีประสิทธิภาพและเห็นผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้กรมศุลกากรจะเดินหน้าปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน

 

admin Avatar

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Latest posts
Author Profile
WeReportNews Avatar
Resize text-+=
Skip to content