วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้พูดคุยกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ว่า ตนยังไม่ได้คุยกับนางนฤมล ในเรื่องดังกล่าว เพราะเมื่อคืนตนมีภารกิจและกว่าจะถึงบ้านก็ดึกแล้ว พร้อมย้ำถึงการเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยว่า ตอนนี้ยังไม่มีอะไร สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาก็เป็นไปตามที่นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยแถลงข่าว ในส่วนของพรรคกล้าธรรม พรุ่งนี้จะมีการประชุม ส.ส.ก่อนที่ตนเองจะเดินทางไปยุโรป โดยตอนนี้ตนคิดถึงแต่เรื่องการพักผ่อนท่องเที่ยว ไม่ได้คิดเรื่องอื่นเลย
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าพรรคกล้าธรรมจะไปเป็นฝ่ายค้าน ร.อ.ธรรมมนัส กล่าวว่า ทุกอย่างมาจากสื่อมวลชน แต่สำหรับตนและพรรคกล้าธรรม การดำเนินการ่วมรัฐบาลได้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนางนฤมล และนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม พร้อมกล่าวว่าการพูดคุยเรื่องการตั้งรัฐบาลในขณะนี้เป็นเรื่องที่เร็วเกินไป เพราะยังไม่เห็นหน้าตาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะบัญชีรายชื่อที่ยังไม่นิ่ง ดังนั้นขอให้รอก่อน ไม่เช่นนั้นประชาชนอาจจะขาดความมั่นใจในรัฐบาลที่ทำงานอยู่ ทั้งนี้สิ่งสำคัญที่ตนอยากให้สื่อมวลชนสนใจคือ ปัญหาที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ กกต.จะแก้ไขปัญหาอย่างไร ทั้งเรื่องบัตรเขย่งและบาร์โคด ส่วนรัฐบาลจะมีไวหรือช้า ก็ยังมีรัฐบาลรักษาการณ์ปัจจุบันบริหารบ้านเมืองอยู่ ส่วนการลาไปต่างประเทศ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนวางแผนมาเป็นปีแล้วว่าจะพาครอบครัวไปดูแสงสีเขียว ตนไม่ได้ซีเรียส สังเกตได้ว่าตนจะให้สัมภาษณ์แบบชิล ๆ ไม่ได้เอะอะโวยวายเหมือนสมัยก่อน
ส่วนการประชุมพรรคพรุ่งนี้ก็เป็นการประชุมปกติ เพราะหลังการเลือกตั้งต้องแสดงความยินดีกับคนที่สอบผ่านและตนต้องพบกับสมาชิกพรรคแถว 2 – 3 ทุกคน เพราะไม่ใช่สอบไม่ผ่านแล้วทิ้งเลย เนื่องจากตนไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พร้อมย้ำว่าตอนนี้ยังไม่ได้คุยเรื่องการร่วมรัฐบาล เนื่องจากอยู่ในช่วงบรรยากาศการเลือกตั้ง ดังนั้น เราคงให้ความรู้กับว่าที่ ส.ส. ว่าควรจะระวังอะไรบ้างในการลงพื้นที่ เพราะหลายคนดีใจจนลืมกฎระเบียบ
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวด้วยว่า ตนไม่ได้เอาใจไปผูกไว้กับตำแหน่งหรือกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพราะการเป็น ส.ส.และพรรคการเมือง ต้องสามารถทำงานได้ตลอดเวลาในทุกตำแหน่ง เห็นได้จากตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ก็มีช่วงที่ตนเป็นฝ่ายค้านและทำได้ดีด้วย และหากวันหนึ่งพรรคกล้าธรรมต้องเป็นฝ่ายค้านก็จะใช้กลไกสภาฯ ในการทำงานต่อไป










ใส่ความเห็น