CIB จับ Tokyogurl-ร่างทรง รับสารภาพหมด เปิดกลโกงละเอียดยิบ แต่โป๊ะจนต้องกลับมาเล่นเอง
วันนี้ (13 ก.พ. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) แถลงผลการจับกุม น.ส.ณภัทร หรือ “Tokyogurl” อายุ 29 ปี และ นายไชยโย หรือ “Cheerio” อายุ 23 ปี
ในความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 ในข้อหา “ร่วมกันล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่นจัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะ แล้วนำไปเปิดเผยโดยมิชอบในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น และร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน”
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ประเภทเกม Arena of Valor (RoV) ทีมหญิง ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-16 ธันวาคม 2568 ณ ศาลาพระเกี้ยว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี 4 ประเทศเข้าร่วม ได้แก่ เวียดนาม ลาว ติมอร์-เลสเต และประเทศไทย โดยในรอบรองชนะเลิศ วันที่ 15 ธันวาคม 2568 ระหว่างทีมชาติไทยกับทีมชาติเวียดนาม กรรมการได้สั่งตัดสิทธิ์ทีมหญิงไทย เนื่องจากพบพฤติการณ์ต้องสงสัยว่ามีการทุจริต ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคม
ต่อมาสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทยได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น และพบว่ามีการกระทำทุจริตเกิดขึ้นจริง จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสืบสวนพบว่า น.ส.ณภัทร ซึ่งเป็นนักกีฬาทีมชาติ ได้รับบัญชีผู้ใช้สำหรับแข่งขันชื่อ “THA_NAPHA” ไว้ใช้คนเดียวเท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่พบว่า เธอนำชื่อบัญชีและรหัสผ่าน ส่งให้นายไชยโย และมีข้อมูลว่านายไชยโยทดลองล็อกอินหลายครั้ง
ในวันเกิดเหตุ เวลาประมาณ 17.00 น. ก่อนการแข่งขันกับทีมชาติเวียดนาม น.ส.ณภัทร ได้สลับนำโทรศัพท์เครื่องที่ใช้ฝึกซ้อม ซึ่งติดตั้งแอปพลิเคชันดิสคอร์ด มาใช้แทนเครื่องสำหรับแข่งขัน โดยมีแผนให้นายไชยโยล็อกอินเข้าเกมเพื่อเล่นแทน พร้อมแชร์หน้าจอกลับมา อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถส่งเลขห้องแข่งขันได้สำเร็จ จึงต้องกลับมาเล่นเอง
อย่างไรก็ตาม กรรมการสังเกตเห็นความผิดปกติ มีการสลับหน้าจอระหว่างแข่งขัน จึงเข้าตรวจสอบ และพบว่ามีการเปิดดิสคอร์ดคุยกับนายไชยโย ซึ่งผิดกติกา ทำให้ถูกตัดสิทธิ์ และต่อมา ทีมหญิงไทยได้ประกาศถอนตัวจากการแข่งขันทั้งหมด
ภายหลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติหมายค้นเข้าตรวจค้น 3 จุด ในจังหวัดนนทบุรีและนครพนม เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบพยานหลักฐานสำคัญ ได้แก่ โทรศัพท์ที่ใช้ล็อกอินเข้าสู่บัญชีแข่งขัน ข้อมูลไอพีแอดเดรส และบทสนทนาระหว่างผู้ต้องหาทั้งสอง ซึ่งจากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพ
นายไชยโยให้การว่า ได้เล่นแทนนักกีฬาหญิงมานานแล้ว ตั้งแต่ยังไม่เข้าวงการ เพราะช่วยเหลือกันและกันมาโดยตลอด ซึ่งในการแข่งขันรายการนี้ ตนเล่นให้อีกฝ่ายตั้งแต่รอบคัดเลือก และในวันเกิดเหตุ ได้รับรหัสผ่านเพื่อล็อกอินรอเข้าแข่งขัน แต่ระหว่างรอเลขห้องเข้า จู่ ๆ อีกฝ่ายก็ออกจากดิสคอร์ดไป จึงคาดว่าน่าจะถูกจับได้แล้ว
ล่าสุด พนักงานสอบสวนได้ส่งตัวผู้ต้องหาทั้งสองให้อัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 6 เพื่อยื่นฟ้องต่อศาลแขวงปทุมวัน ดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป












ใส่ความเห็น