,

สเตลลา ย้ำแค้น แจ็กกี ขึ้นแท่นราชินีสองบัลลังก์คนแรกจาก ออสเตรีย

สเตลลา เฮเมตซ์เบอร์เกอร์ แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต (115-125 ป.) จาก ออสเตรีย ตอกย้ำสถานะยอดนักสู้หญิงแห่งยุคได้อย่างสง่างาม เมื่อไล่ปราบคู่ปรับเก่าอย่าง แจ็กกี บุนตัน เจ้าของบัลลังก์แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นเดียวกัน ลงได้อย่างเด็ดขาด พร้อมผงาดครองเข็มขัดแชมป์โลก ONE ครบสองกติกาอย่างยิ่งใหญ่ ในศึก ONE Fight Night 40 เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

(ภาพจาก onefc.com/th)

สเตลลา และ แจ็กกี ถือเป็นสองราชินีของรุ่นสตรอว์เวต ที่ครองความเป็นหนึ่งในกติกาของตนเอง โดยทั้งคู่เคยเจอกันมาก่อนในการชิงเข็มขัดแชมป์โลก ONE มวยไทยที่ว่างอยู่ ณ ขณะนั้น ในศึก ONE Fight Night 35 เมื่อวันที่ 6 กันยายน ปี 68 และ สเตลลา เป็นฝ่ายออกอาวุธได้จะแจ้งกว่าจนชนะคะแนนเอกฉันท์ และคว้าเข็มขัดแชมป์โลก ONE มวยไทย ไปครองได้ในที่สุด

ไฟต์นี้จึงไม่ใช่แค่การรีแมตช์ธรรมดา แต่คือเวทีพิสูจน์ตัวตนของ สเตลลา ว่าชัยชนะครั้งก่อนเกิดจากฝีมือ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เธอต้องการประกาศให้โลกเห็นชัดเจนว่าเธอคือนักสู้ที่ดีที่สุดของรุ่นในเวลานี้

(ภาพจาก onefc.com/th)

“รูปเกมไฟต์นี้แตกต่างจากครั้งแรกชัดเจน ไฟต์แรกฉันได้สองนับตั้งแต่ยกแรก ซึ่งแทบจะชี้ขาดผลการแข่งขันไปแล้ว แต่ครั้งนี้ฉันพิสูจน์ให้เห็นว่าตัวเองสามารถชกได้แข็งแกร่งครบทั้ง 5 ยก ฉันยังออกอาวุธได้ต่อเนื่อง หนักหน่วง และครบเครื่องทั้งหมัด แข้ง และลูกถีบ”

“ส่วนการเปลี่ยนมาชกในกติกาคิกบ็อกซิ่ง ฉันทำได้ตามแผนที่วางไว้ ฉันอ่านจังหวะการออกอาวุธเป็นชุดที่รวดเร็วของ แจ็กกี ได้ดี โดยฟังคำแนะนำจากพี่เลี้ยงข้างเวทีและทำตามแท็กติกของโค้ชทุกอย่าง ผลลัพธ์จึงออกมายอดเยี่ยมมาก”

“แจ็กกี เป็นนักสู้ที่เก่งมาก ฉันยอมรับในฝีมือของเธอเสมอ แต่บนเวทีไฟต์นี้ ฉันไม่รู้สึกเลยว่าตัวเองตกเป็นรองหรืออยู่ในสถานการณ์ลำบาก ฉันมั่นใจในเกมของตัวเองตลอดทั้งไฟต์ และทำทุกอย่างได้ตามแผนที่วางไว้”

“ทีมของฉันเตรียมตัวมาละเอียดมาก โค้ชศึกษาคู่ชกอย่างจริงจังและวางกลยุทธ์ได้ชัดเจน ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นบนเวทีจึงไม่เกินจากที่เราคาดการณ์ ทุกอย่างอยู่ในความควบคุมของเรา”

“โดยส่วนตัว ฉันเคารพ แจ็กกี มาก และติดตามผลงานเธอมานาน ส่วนในฐานะคู่ปรับ เราผ่านกันมาสองไฟต์เต็ม คนดูได้เห็นเรารีแมตช์ตามที่ต้องการ และฉันก็ยังเป็นฝ่ายชนะ ตอนนี้ฉันอยากใช้เวลากับความสำเร็จครั้งนี้ให้เต็มที่ก่อน สำหรับอนาคต ปล่อยให้เวลาเป็นคนกำหนด”

“ไม่ว่าจะต้องป้องกันแชมป์ในกติกาคิกบ็อกซิ่ง หรือ มวยไทย ฉันพร้อมทั้งหมด เพราะรักทั้งสองกติกา และไม่อยากระบุชื่อผู้ท้าชิงแบบเจาะจง ในฐานะแชมป์ ใครก็ตามที่ได้โอกาสขึ้นมาชิงแชมป์ย่อมเป็นนักสู้ที่แข็งแกร่ง หน้าที่ของฉันคือเตรียมตัวให้ดีที่สุด และยกระดับการฝึกซ้อมให้หนักขึ้นกว่าเดิมในทุกไฟต์”

(ภาพจาก onefc.com/th)

“ส่วนการข้ามไปชก MMA หรือรีแมตช์กับแจ็กกีเป็นครั้งที่ 3 ยังไม่อยู่ในแผนตอนนี้ แต่ในอนาคตอะไรก็เกิดขึ้นได้ ตอนนี้ฉันอยากซึมซับความสำเร็จที่อยู่ตรงหน้า เพราะมันเป็นความรู้สึกที่เหลือเชื่อจริง ๆ”

“ขอบคุณ ONE ที่มอบโอกาสให้ได้แสดงศักยภาพบนเวทีระดับโลก และขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนกันมาตลอด ในฐานะนักกีฬาชาวออสเตรีย พวกเราได้สร้างประวัติศาสตร์ร่วมกัน ตั้งแต่การเป็นนักสู้ชาวออสเตรียคนแรกในรายการ การเป็นแชมป์โลกคนแรก และตอนนี้คือแชมป์โลก 2 กติกาคนแรก ฉันภูมิใจมากที่ได้เป็นตัวแทนประเทศเล็ก ๆ อย่าง ออสเตรีย ให้เป็นที่รู้จักบนเวทีโลก”

admin Avatar

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Resize text-+=
Skip to content