วันที่ 25 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะมีประชาชนเดินทางจำนวนมากว่าจะมั่นใจได้หรือไม่ว่าน้ำมันจะไม่ขาดแคลน โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป้าหมายคือประชาชนเดินทางไปกลับสงกรานต์ต้องไม่มีปัญหา ตนได้สั่งการไปแล้ว และก็มีการดำเนินการอยู่แล้ว ตอนนี้ขอความร่วมมือว่า เมื่อลดความตระหนกลง เราจะไปไล่จับพวกกักตุน ซึ่งไม่ใช่ไอ้โม่งที่ไหน แต่เป็นที่เห็น ๆ กันอยู่ เพราะการกักตุนไม่ได้ทำแค่ 50-100 ลิตร ถ้ากักตุนก็ต้องใช้คลังเยอะ ถ้าเราตรวจเจอว่ามีมากกว่าการใช้ทั่วไปก็โดน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานก็ดำเนินการอยู่แล้ว และเราขยับกลไก ทำราคาให้สมเหตุสมผล
นายอนุทิน กล่าวว่า ช่วง 2-3 สัปดาห์แรกของการเกิดวิกฤตก็เป็นเรื่องปกติที่ต้องดูแลประชาชนก่อน โดยให้มีการอุ้มหรือพยุงราคาโดยการใช้กองทุนน้ำมันเพื่อช่วยไม่ให้ประชาชนรู้สึกว่าเปลี่ยนแปลงเร็ว แต่เมื่อเวลาผ่านไป หลังจากครบ 15 วัน เราก็มีมาตรการใหม่ ขณะเดียวกันปลัดกระทรวงพาณิชย์ก็ได้ดูแลการควบคุมราคาสินค้า
นอกจากนี้ ตนได้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสั่งการให้หามาตรการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะเรื่องภาษีต่าง ๆ เช่น ด้านการขนส่งน้ำมันหรือสินค้า เราจะดูให้ครบมากที่สุด ซึ่งทางรัฐมนตรีได้รับแนวคิดของตนไปหมดแล้ว คงจะมีการแถลงรายละเอียด
เมื่อถามว่าจะต้องมีการกลับมาใช้มาตรการทำงานที่บ้าน(Work From Home) หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตรงนั้นเป็นมาตรการปกติ ถ้าทำได้ก็ดี เพราะลดค่าใช้จ่ายสถานที่ทำงาน ตรงไหนทำได้ก็ทำ ถ้าทำไม่ได้ก็เข้าใจ แต่ที่สำคัญอยากให้ตระหนักว่า แม้เราไม่มีปัญหาเรื่องการนำเข้าน้ำมันดิบหรือการเติมน้ำมันเข้าระบบทั่วประเทศ แต่ก็ยังต้องคำนึงถึงสถานการณ์โลกที่มีสงครามอยู่ ดังนั้นเราต้องพึ่งพาตัวเอง ใช้พลังงานด้วยความประหยัด
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ได้บอกทุกหน่วยงานให้ประหยัด เพราะปริมาณนํ้ามันที่ใช้แต่ละวันปกติคือ 67 ล้านลิตร แต่ตอนนี้เพิ่มมาเป็น 80 ล้านลิตร เรายังอยู่ในภาวะปกติกันอยู่เลย อาจมีคนที่กังวลและไปกักตุนบ้าง ซึ่งตนขอย้ำว่าไม่ต้องกังวล น้ำมันมีพอ หากปริมาณกลับมาที่ 67 ล้านลิตร เท่ากับเรายังไม่ทำอะไรเลย สถานการณ์เหมือนช่วงก่อนมีสงคราม
นายอนุทิน กล่าวย้ำด้วยว่า หากลดการใช้ให้น้อยกว่านี้ เหลือประมาณวันละ 55 ล้านลิตร ก็จะทำให้การสำรองนํ้ามันและการใช้พลังงานลดลงไปโดยไม่มีผลกระทบต่อค่าครองชีพ ราคาสินค้าก็จะสามารถควบคุมได้ เมื่อถามว่ามีข้อมูลหมดทุกอย่าง แต่ประชาชนยังขาดความเชื่อมั่น ต้องปรับกลยุทธ์หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนก็พยายาม ตอนนี้ทุกคนทำงานกันหมด แต่บางทีถ้าเอาแต่ไปพูด ไปตอบโต้ก็ไม่ต้องทำงาน หรือถ้ามัวแต่ไปตอบโต้ แล้วเกิดความหวั่นไหวต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ในทุกเรื่อง สิ่งที่มั่นใจว่าทำอย่างนี้ถูก ก็ทำให้เกิดเป็นไม่มั่นใจ เขาก็จะไม่ทำ ถ้าไปพูดว่าทำไมไม่สื่อสารอย่างนั้นอย่างนี้ ทำไมไม่ไปตอบโต้ อีกหน่อยก็นั่งเงียบอย่างเดียว เราต้องมานั่งคิดคนเดียว แทนที่เราจะระดมสมองกันได้ ทุกวันนี้เราทำงานแบบระดมสมองกัน มีบุคลากรที่มีประสบการณ์ทั้งจากภาคเอกชน, บุคคลภายนอกต่าง ๆ ซึ่งรัฐบาลรับฟังหมดทุกอย่าง แม้กระทั่งในสภาก็รับฟัง
อย่างไรก็ดี นายกรัฐมนตรีปฏิเสธตอบคำถามโดยการส่ายหัว หลังผู้สื่อข่าวถามว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อไปมากกว่านี้จะพิจารณาประกาศภาวะฉุกเฉินพลังงานหรือไม่ พร้อมยอมรับว่าการเจอวิกฤตเช่นนี้ก็เป็นธรรมดาที่ต้องเครียด เพราะต้องรับผิดชอบต่อชีวิตคนทั้งประเทศ แต่ตนก็มั่นใจว่าจะพาประเทศผ่านวิกฤตนี้ไปได้อย่างแน่นอน
จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้ขับรถยนต์ไฟฟ้าเดินทางออกจากทำเนียบฯ ด้วยตัวเอง โดยกล่าวว่า เป็นรถที่สั่งไว้นานแล้วและจะไปหาหมอต่อ เพราะปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ












ใส่ความเห็น