, , ,

กระทรวงแรงงานเร่งเยียวยาครอบครัวแรงงานไทยเสียชีวิตในอิสราเอล

วันที่ 21 มีนาคม 2569 นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงานและโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงกรณีที่แรงงานไทยเสียชีวิตจากเหตุการณ์สู้รบในประเทศอิสราเอล จำนวน 1 ราย ว่า กระทรวงแรงงานขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวของแรงงานไทยที่เสียชีวิต ในส่วนของการช่วยเหลือกรณีดังกล่าวนั้น กระทรวงแรงงานได้ดำเนินการ ดังนี้

1.ทูตแรงงานประสานความช่วยเหลือกับทางสถานเอกอัครราชทูตอย่างใกล้ชิด

ตามที่กระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงไปเบื้องต้นแล้ว กระทรวงแรงงาน ได้รับรายงานจากฝ่ายแรงงานประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้รับแจ้งยืนยันจากทางการอิสราเอลว่า พบแรงงานไทยเสียชีวิต 1 ราย ขณะที่อยู่ในห้องพัก มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ โดยเสียชีวิตเมื่อเวลา 23.45 น. (ตามเวลาท้องถิ่นอิสราเอล) ของวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา จากการตรวจสอบ ผู้เสียชีวิตได้แจ้งการเดินทางไปทำงานผ่านกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2568 โดยไปทำงานภาคเกษตร ในรัฐอิสราเอล โดยหน่วยนิติเวชของทางการอิสราเอลจะทำการชันสูตรพลิกศพ และส่งร่างผู้เสียชีวิตคืนให้กับครอบครัวผ่านสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ

2.ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านปลอบขวัญให้กำลังใจญาติ

กระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายให้แรงงานจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานได้ลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน เพื่อปลอบขวัญและให้กำลังใจครอบครัวของแรงงานที่เสียชีวิตแล้ว โดยได้สื่อสารแจ้งสิทธิประโยชน์ที่ทายาทจะได้รับให้ทราบ พร้อมอำนวยความสะดวกในเรื่องเอกสารต่างๆ เพื่อดำเนินการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทยตามขั้นตอนต่อไป

3.สิทธิประโยชน์ที่ทายาทจะได้รับ

ในส่วนของสิทธิประโยชน์ที่ทายาทจะได้รับนั้น มีทั้งส่วนของสิทธิประโยชน์ในประเทศไทย และสิทธิประโยชน์จากทางสถาบันประกันภัยแห่งชาติ อิสราเอล ได้แก่

สิทธิประโยชน์ในประเทศไทย
1.ผู้เสียชีวิตเป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ ทายาทโดยธรรมมีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ในกรณีที่เสียชีวิตในต่างประเทศจากภาวะสงคราม เป็นเงิน จำนวน 40,000 บาท
2.สิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคม มีเงินสะสมชราภาพ รวม 71,459.14 บาท
3.สิทธิประโยชน์จากสถาบันประกันภัยแห่งชาติ อิสราเอล ประกอบด้วย
-เงินช่วยเหลือค่าชดเชยการไว้ทุกข์
-การมีส่วนร่วมในค่าใช้จ่ายในการฝังศพ
-เงินชดเชยรายเดือน
-เงินช่วยเหลือประจำปี
-เงินช่วยเหลืออื่น ๆ อาทิ เงินช่วยเหลือทางจิตวิทยา ซึ่งจำนวนเงินที่จะได้รับ ทางสถาบันประกันภัยแห่งชาติ อิสราเอลจะพิจารณาและชดเชยให้ต่อไป
4.ประชาสัมพันธ์ให้แรงงานไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง ยึดถือแนวปฏิบัติเมื่อได้ยินสัญญาณเตือนภัยจากทางการอย่างเคร่งครัด

กระทรวงแรงงานได้สั่งการให้ทูตแรงงานในอิสราเอล ให้การดูแลและกำชับแรงงานไทยที่ยังคงทำงานในอิสราเอลให้อยู่ในเขตที่ปลอดภัย และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่เพื่อสื่อสารผ่านญาติแรงงานที่อยู่ในประเทศไทย เพื่อให้ญาติแจ้งแรงงานที่ไปทำงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพิ่มความระมัดระวังเมื่อได้ยินสัญญาณเตือนภัยและปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยของทางการอย่างเคร่งครัด เช่น
-หากอยู่ในอาคาร ให้เข้าห้องหลบภัยทันที
-หากอยู่กลางแจ้ง ให้หมอบราบกับพื้น และใช้มือป้องกันศีรษะ
-จะออกจากที่หลบภัย เมื่อได้รับการยืนยันว่าปลอดภัยแล้ว
-อยู่ให้ห่างจากเศษระเบิดหรือจรวดที่ยังไม่ระเบิด
-ห้ามออกมาบันทึกภาพหรือวีดิโอ ขณะอยู่ในช่วงสัญญาณเตือนภัย เป็นต้น
-ประชาสัมพันธ์ให้แรงงานไทยในต่างประเทศ ดาวน์โหลด และอัพเดทแอปพลิเคชัน Smart TOEA และเปิดพิกัดเพื่อให้กระทรวงแรงงาน สามารถสื่อสารส่งข้อความไปยังแรงงาน โดยแรงงานก็สามารถสื่อสารกลับมาได้ด้วย

“กระทรวงแรงงานได้ให้ฝ่ายแรงงานประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประสานการทำงานกับทางสถานเอกอัครราชทูตอย่างใกล้ชิด ทั้งในเรื่องการอำนวยความสะดวกในการติดตามสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของแรงงานที่เสียชีวิต รวมถึงการนำร่างกลับประเทศไทยต่อไป” นายสันติ กล่าวทิ้งท้าย

 

admin Avatar

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Resize text-+=
Skip to content