วันที่ 7 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทำเนียบเครมลินของรัสเซีย แถลงเตือนเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ตามเวลาท้องถิ่นว่า แผนการของฟินแลนด์ที่จะยกเลิกการห้ามนำอาวุธนิวเคลียร์เข้ามาประจำการในดินแดนของตนเองนั้นจะยิ่งเพิ่มความตึงเครียดให้ยุโรปและอาจเป็นภัยคุกคามต่อรัสเซีย โดยรัสเซียจะตอบโต้ทันที หากมีการนำนิวเคลียร์เข้ามาประจำการจริง
ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา ฟินแลนด์ ออกแถลงการณ์ว่า กำลังวางแผนยกเลิกข้อห้ามการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ในดินแดนของตนที่มีมานาน ซึ่งเท่ากับว่าเป็นการยอมรับให้นำนิวเคลียร์เข้ามาประจำการในประเทศได้
นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลินของรัสเซีย กล่าวกับผู้สื่อข่าวถึงประเด็นนี้ว่า เป็นถ้อยแถลงที่นำไปสู่การยกระดับความตึงเครียดในทวีปยุโรป และรั้งแต่จะเพิ่มความเปราะบางให้กับฟินแลนด์ ซึ่งเกิดจากการกระทำของฟินแลนด์เอง เมื่อมีการประจำการอาวุธนิวเคลียร์ในดินแดนนั้น ฟินแลนด์ก็เริ่มเป็นภัยคุกคามต่อรัสเซียและหากฟินแลนด์คุกคามรัสเซีย รัสเซียก็จำเป็นที่จะต้องดำเนินมาตรการตอบโต้ที่เหมาะสม
ทั้งนี้ ปฏิบัติการทางทหารทั้งของรัสเซีย และของสหรัฐฯ ที่หลายฝ่ายคาดเดาทิศทางได้ลำบากก็อาจเป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้ประเทศต่าง ๆ ในยุโรปต้องทบทวนความมั่นคงและการมีอาวุธของตนเองใหม่ โดยเฉพาะการมีอาวุธนิวเคลียร์ที่อาจจะช่วยเพิ่มการต่อรองให้ประเทศตนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศที่มีพรมแดนติดกับรัสเซีย เช่น ฟินแลนด์ หรือประเทศที่เคยเป็นเป้าหมายหรืออยู่ใกล้เป้าหมายที่สหรัฐฯ วางเอาไว้ เช่น กรีนแลนด์
สำหรับฟินแลนด์เป็นประเทศที่มีพรมแดนยาวติดกับรัสเซียและเคยดำรงสถานะความเป็นกลางไม่เลือกข้างในยุคสงครามเย็น ก่อนที่ต่อมาจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ในปี 2023 เพื่อตอบโต้การทำสงครามรุกรานยูเครนของรัสเซีย











ใส่ความเห็น