วันที่ 24 มีนาคม 2569 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงการทำงานของรัฐบาลชุดใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวนและไม่แน่นอน โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านว่า สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจโลกและภาคเกษตรกรรมของไทยอย่างหลีกเลี่ยง สิ่งที่เกษตรกรไทยกำลังเผชิญในตอนนี้ คือ ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งราคาน้ำมัน, ปุ๋ย และค่าขนส่ง ซึ่งล้วนเป็นภาระโดยตรงต่อชาวนาและเกษตรกรที่เป็นอาชีพฐานรากของประเทศ
ตนจึงขอเสนอแนวทาง “Smart & Hard” ให้รัฐบาลชุดใหม่ใช้เป็นหลักคิดในการแก้ปัญหา โดยต้องอ่านเกมโลกให้ขาดควบคู่กับการตัดสินใจที่เด็ดขาด เพื่อรับมือกับวิกฤตอย่างทันท่วงที
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า ตนขอเสนอ 3 มาตรการเร่งด่วนที่รัฐบาลควรดำเนินการทันที ประกอบด้วย
1.ปฏิรูปโครงสร้างปุ๋ย มุ่งลดต้นทุนทั้งระบบ ไม่ใช่เพียงการแจกจ่าย โดยเสนอให้ใช้กลไกความร่วมมือรัฐต่อรัฐ (G2G) เพื่อจัดหาปุ๋ยราคาถูก
2.บริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งพื้นที่ชลประทานและนอกชลประทาน เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำในภาคเกษตร
3.แก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน เพื่อให้เกษตรกรมีสิทธิ์เป็นเจ้าของอย่างแท้จริง และสามารถใช้ที่ดินเป็นหลักประกันในการเข้าถึงแหล่งทุน
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวย้ำว่า เกษตรกรคือกระดูกสันหลังของประเทศ ไม่ใช่กลุ่มที่ต้องรอความช่วยเหลือ ดังนั้นคนกลุ่มนี้ต้องได้รับการเสริมสร้างศักยภาพ ทั้งด้านสถาบัน อำนาจต่อรอง และคุณภาพชีวิตที่มั่นคง ตนขอเรียกร้องให้ข้าราชการปรับบทบาทในการทำงานในภาวะวิกฤต โดยต้องทำงานอย่างรวดเร็ว กล้าตัดสินใจ และลงมือปฏิบัติจริง พร้อมเตือนว่า ความล่าช้า คือ ความเสียหายในชีวิตของประชาชน












ใส่ความเห็น