วันที่ 27 เมษายน 2569 นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชายบุญธรรมของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ภรรยาของนายทักษิณ ชินวัตร ได้เป็นตัวแทนครอบครัวชินวัตรเดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณที่ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ซึ่งถือเป็นการเข้าเยี่ยมครั้งที่ 59 ของครอบครัวชินวัตร โดยมีนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ เข้าร่วมด้วย และนับถึงปัจจุบันนายทักษิณ ถูกจำคุกมาแล้วเป็นเวลา 7 เดือน กับ 18 วัน ส่วนบรรยากาศหน้าเรือนจำกลองคลองเปรมยังคงมีกลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางมาให้กำลังใจตามกำหนดวันเยี่ยมญาติในทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดี ส่วนทุกวันอาทิตย์ยังคงมีเวทีปราศรัยหน้าเรือนจำสลับหมุนเวียนกับแกนนำคนเสื้อแดงขึ้นเสวนา
โดยในวันนี้นายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ได้นำสลากกินแบ่งรัฐบาล จำนวน 200 ใบ มาแจกให้คนเสื้อแดงที่มาร่วมกิจกรรม ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดจะดำเนินไปจนกว่าจะถึงเช้าวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2569 ซึ่งนายทักษิณจะได้รับการปล่อยตัวพักโทษเพื่อคุมประพฤติ เนื่องด้วยครบกำหนดการรับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 (หรือ 8 เดือน) จากอัตราโทษ 1 ปี เข้าเกณฑ์พักโทษกรณีทั่วไป
ทั้งนี้ เมื่อนายบรรณพจน์เดินทางมาถึงเรือนจำได้ยกมือไหว้สวัสดีสื่อมวลชนและคนเสื้อแดงที่มารอต้อนรับให้กำลังใจ โดยยังไม่มีการให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด จากนั้นทั้งหมดเดินเข้าประตู 1 ของเรือนจำ เพื่อไปยังจุดเยี่ยมญาติ
หลังการเข้าเยี่ยม ในเวลา 10.10 น. นายบรรณพจน์ ออกมาเปิดเผยสั้น ๆ ว่า จากการพูดคุยกับท่านทักษิณ ท่านโอเคดี แต่รายละเอียดต่าง ๆ ขอให้สอบถามกับทนายแทน
ด้านนายวิญญัติ ทนายความ เปิดเผยว่า หลังจากวันที่ 23 เมษายน 2569 ลูกและหลานเข้าเยี่ยมใกล้ชิดท่าน ได้สวมกอดและไหว้ขอพรท่าน ซึ่งท่านทักษิณและครอบครัวก็มีความสุขอย่างมาก เพราะไม่ได้เจอและสัมผัสกันนานหลายเดือนแล้ว ขอบคุณเรือนจำกลางคลองเปรมที่ได้ให้โอกาสท่านทักษิณ และยังให้โอกาสผู้ต้องขังรายอื่นๆ ได้เยี่ยมญาติใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม วันที่ 23 เม.ย.69 เป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่ท่านจะได้เยี่ยมญาติใกล้ชิด และในฐานะที่ตนเป็นทนายความมองว่าเป็นโอกาสที่ดีมากๆ
ทนายวิญญัติ กล่าวว่า ส่วนเรื่องสุขภาพ ท่านยังคงปกติดี แต่ก็มีโรคประจำตัวอย่างที่ทุกท่านทราบ แต่ก็ไม่ได้มีอาการโคม่าหรือน่ากังวลแต่อย่างใด เพราะท่านก็พยายามดูแลตัวเองให้ดี รับประทานยาอยู่เป็นประจำ อาการโดยรวมที่น่ากังวลใจจึงไม่มีเลย และสุขภาพจิตใจท่านก็ดีด้วย
เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวล่าสุดกรณีคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์มีมติให้นายทักษิณมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ ได้รับการพักโทษทั่วไปแล้ว จึงเหลือเพียงด่านสุดท้ายในวันที่ 29 เม.ย.69 ซึ่งคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรมจะได้ประชุมพิจารณานั้น ทนายวิญญัติกล่าวว่า ตนไม่ทราบเรื่องการประชุมกันวันไหนอย่างไรตามที่สื่อมวลชนแจ้ง แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ขอความกรุณาคณะอนุกรรมการฯ ทุกท่านให้พิจารณาเป็นไปตามหลักเกณฑ์และข้อเท็จจริง เพราะส่วนตัวก็คิดว่าท่านจะได้รับการพิจารณาอย่างตรงไปตรงมา
ทนายวิญญัติ กล่าวย้ำว่า ในวันที่ 29 เมษายน 2569 ที่จะมีการประชุมพิจารณาของคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการลงมตินั้น ในฐานะทนายความก็อยากบอกว่า “อยากให้ท่านได้รับโอกาสพักโทษ” ส่วนเป็นห่วงหรือไม่ ก็ต้องยอมรับว่าทุกคนเป็นห่วงอยู่แล้ว แม้ญาติหรือครอบครัวของผู้ต้องขังรายใด เชื่อว่าความรู้สึกไม่ต่างกัน เพราะเรือนจำกลางคลองเปรมก็มีจำนวนผู้ต้องขังเยอะ ไม่ได้มีเพียงท่านคนเดียว อีกทั้งทั่วประเทศก็คงมีประมาณหลัก 500 ราย ซึ่งตนก็ไม่ก้าวล่วง และไม่อยากลงรายละเอียดมากนัก เพราะเจ้าหน้าที่หรือคณะอนุกรรมการก็ยังคงทำหน้าที่กันอยู่
เมื่อถามว่า สถานที่สำหรับพักโทษคุมประพฤตินายทักษิณครั้งนี้จะยังเป็นบ้านจันทร์ส่องหล้าดังเดิมหรือไม่ ทนายวิญญัติกล่าวว่า เรียนตามตรงว่าที่ได้ยื่นไปก็ยังคงเป็นบ้านจันทร์ส่องหล้า ซึ่งก็จะเป็นสถานที่ที่ท่านทักษิณจะใช้อาศัยระหว่างคุมประพฤติ ในกรณีท่านทักษิณผ่านเกณฑ์ได้รับการพักโทษคุมประพฤติ
ส่วนกรณีที่มีรายงานด้วยว่านายทักษิณจะไม่ต้องติดกำไล EM เพราะเข้าเกณฑ์ผู้ต้องขังสูงวัยเกินกว่า 70 ปี นั้น ทนายวิญญัติ กล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องนี้จริง ๆ ขอให้รอฟังผลดีกว่าว่าจะเป็นจริงตามที่สื่อมวลชนสอบถามหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ขอให้ท่านได้รับโอกาสตามระเบียบกฎหมาย เพราะท่านก็สูงอายุ และมีโรคประจำตัวด้วย ส่วนการประเมินต่างๆ ก็เป็นส่วนของเจ้าหน้าที่ ไม่ขอมีความเห็นใด ๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เนื่องด้วยวันนี้ถือเป็นวันที่สื่อมวลชนให้การจับตาความเคลื่อนไหวครอบครัวชินวัตร หลังมีกระแสข่าวว่าเมื่อวันที่ 24 เม.ย.69 ที่ผ่านมา คณะกรรมการพักโทษระดับกรมราชทัณฑ์มีมติให้นายทักษิณมีคุณสมบัติผู้ต้องขังเด็ดขาดผ่านเกณฑ์ได้รับการพิจารณาพักโทษกรณีทั่วไป ก่อนที่รายชื่อของนายทักษิณ และผู้ต้องขังเด็ดขาดรายอื่นๆ ที่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมดจะถูกส่งไปยังคณะกรรมการพักโทษระดับกระทรวงยุติธรรม (หรือชื่อเต็ม : คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ) ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบพักการลงโทษ สั่งเพิกถอนพักการลงโทษ กำหนดเงื่อนไขการคุมประพฤติ กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาพักการลงโทษ และพิจารณาวินิจฉัยพักการลงโทษ ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 มาตรา 52 ในวันพุธที่ 29 เม.ย.69 โดยการนำเหตุปัจจัยมาพิจารณาให้ความเห็นชอบ ไม่ว่าจะเป็นพฤติการณ์แห่งคดีที่ได้กระทำและการกระทำความผิดที่ได้กระทำมาก่อนแล้ว ระยะเวลาการคุมประพฤติ ความน่าเชื่อถือและความเหมาะสมของผู้อุปการะในการควบคุมดูแลนักโทษเด็ดขาดให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขจนกว่าจะพ้นโทษ มีพฤติการณ์ในระหว่างถูกคุมขังจนน่าเชื่อว่าได้กลับตนเป็นคนดี ผลกระทบด้านความปลอดภัยของสังคม และผ่านการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัยภายในเรือนจำ ตามข้อ 44 แห่ง กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ.2562 นำมาพิจารณาประกอบด้วย และเมื่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ หรือรัฐมนตรีอนุมัติพักการลงโทษและให้ปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับพักการลงโทษ ก็ให้แจ้งผลการอนุมัติให้ผู้บัญชาการเรือนจำทราบ และมีหนังสือแจ้งพนักงานคุมประพฤติและพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในท้องที่ที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการปล่อยตัวเข้าไปพักอาศัยทราบภายในเวลาอันสมควร
อย่างไรก็ดี มีรายงานด้วยว่า เนื่องด้วยนายทักษิณมีอายุกว่า 76 ปี และมีปัญหาด้านสุขภาพ ส่วนใหญ่จึงเข้าเงื่อนไขในกลุ่มผู้ต้องขังสูงวัยที่ไม่ต้องติดกำไล EM ส่วนการปล่อยตัวคุมประพฤติจะเกิดขึ้นในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.69 และจะต้องรับการคุมประพฤติต่อเนื่องอีกเป็นเวลา 4 เดือน จนกว่าจะพ้นโทษและได้รับอิสรภาพอย่างสมบูรณ์ในวันที่ 9 กันยายน 2569











ใส่ความเห็น