ทรัมป์ ลั่นไม่คิดใช้ ‘นิวเคลียร์’ ชี้อาวุธปกติก็เพียงพอ-ย้ำทั่วโลกไม่ควรอนุญาตให้ใครใช้
วันที่ 24 เมษายน 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว ยืนยันจุดยืนไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ ว่า “ไม่ ผมจะไม่ใช้มัน” พร้อมตั้งคำถามว่า “เหตุใดผมต้องใช้อาวุธนิวเคลียร์ ในเมื่อเราสามารถบดขยี้ฝ่ายตรงข้ามด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์แบบปกติ (Conventional weapons) ได้อย่างราบคาบโดยไม่ต้องพึ่งพามัน?” และมองว่า “อาวุธนิวเคลียร์ไม่ควรได้รับอนุญาตให้ถูกนำมาใช้โดยใครก็ตาม”
ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลาย โดยเมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา ทรัมป์เคยข่มขู่ในเชิงกวาดล้างเผ่าพันธุ์ต่ออิหร่านว่า “อารยธรรมทั้งหมดจะดับสิ้นลงในคืนนี้ และจะไม่มีวันฟื้นคืนกลับมาได้” อย่างไรก็ตาม ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น เขาได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงและขยายระยะเวลาออกไป
ขณะที่ นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกมาเตือนว่าสหรัฐฯ พร้อมที่จะยกระดับความรุนแรงต่ออิหร่านด้วย “อาวุธที่ไม่เคยถูกนำมาใช้มาก่อน” แม้ทางทำเนียบขาวจะปฏิเสธว่าคำกล่าวนั้นไม่ใช่การขู่โจมตีด้วยนิวเคลียร์ก็ตาม ทั้งนี้ ในการเจรจาที่ล้มเหลวก่อนหน้านี้ แวนซ์พยายามกดดันให้อิหร่านยอมอ่อนข้อมากขึ้นในประเด็นการพัฒนานิวเคลียร์ที่เป็นข้อพิพาท
ทรัมป์ยังระบุว่า เป้าหมายของเขาคือการทำให้อิหร่าน “ปราศจากอาวุธนิวเคลียร์” ที่อาจถูกนำมาใช้โจมตีสหรัฐฯ หรือสร้างความเสียหายในภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะที่ทางการอิหร่านยังคงปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์โดยหน่วยงานเฝ้าระวังนิวเคลียร์แห่งสหประชาชาติ (IAEA) ระบุว่าไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าอิหร่านจะสามารถผลิตระเบิดปรมาณูได้ในระยะเวลาอันใกล้ก่อนเกิดสงครามครั้งนี้
ทั้งนี้ สหรัฐอเมริกายังคงเป็นประเทศเดียวในโลกที่เคยใช้อาวุธนิวเคลียร์ในการสู้รบจริง จากเหตุการณ์ถล่มเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิของญี่ปุ่นในช่วงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปราว 214,000 ราย ขณะที่อิสราเอลเป็นที่เชื่อกันว่ามีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง แม้ไม่เคยยืนยันอย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ตาม การประกาศคัดค้านการใช้อาวุธนิวเคลียร์ในทุกกรณีของทรัมป์ ถูกมองว่าสวนทางกับหลักนิยมด้านนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ที่เปิดช่องให้สามารถใช้อาวุธดังกล่าวได้หากจำเป็น นอกจากนี้ ในอดีตทรัมป์ยังเคยเสนอให้ยุติการระงับการทดลองนิวเคลียร์ เพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาว่า จีน และ รัสเซีย อาจมีการทดลองอย่างลับ









ใส่ความเห็น