นายกฯ เตรียมตั้ง “เอกนิติ” นั่งคุม ศบก.-พลังงาน แทน “พิพัฒน์”
วันที่ 1 เม.ย. 69 ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวกรณี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการข่าว ระบุขอไม่คุมกระทรวงพลังงานว่า ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. ซึ่งเป็นศูนย์ที่ติดตามสถานการณ์น้ำมัน จะหมดไปกับรัฐบาล “หนู 1” และเมื่อ “หนู 2” มาก็ต้องตั้งใหม่ หลายคนที่อยู่ในตำแหน่งก็มีการสลับสับเปลี่ยน
นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่าจะให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง เป็นประธานแทน เพื่อให้เกิดความสบายใจทั้งกับประชาชนและนายพิพัฒน์เอง อย่างไรก็ตาม ตนจะต้องระดมความรู้ประสบการณ์ของทุกคนมาแก้ไขปัญหาประชาชน ซึ่งตนรับฟังสังคมและประชาชน รวมถึงนักวิชาการและทุก ๆ ฝ่าย เพื่อให้เกิดความสบายใจและสามารถทำงานต่อไปได้
เมื่อถามว่า จะมีกุนซือด้านพลังงานเพิ่มเติมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้ก็มีอยู่
เมื่อถามย้ำว่า การแบ่งงานรองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลกระทรวง จะให้นายเอกนิติรับผิดชอบกระทรวงพลังงานใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็เป็นไปตามนั้น เพื่อให้ประชาชนและนายพิพัฒน์เกิดความสบายใจด้วย ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เขามีผลประโยชน์ทับซ้อนทางพลังงาน แต่เป็นเพราะเราฟังเสียงประชาชน
ส่วนกรณีที่เมื่อวานนี้ (31 มี.ค.) ในที่ประชุมพรรคภูมิใจไทย ได้มีการเรียกอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กรมเจ้าท่า และ พลเรือเอก ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์ เสนาธิการทหารเรือ เข้าหารือมีประเด็นข้อกังวลเกี่ยวกับเรื่องพลังงานหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นการขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือ ศรชล. ตำรวจ กรมเจ้าท่า และกรมการปกครอง เพื่อควบคุมไม่ให้มีการลักลอบขนน้ำมัน ซึ่งหลังจากนี้ไปน้ำมันจะต้องสำหรับประชาชนคนไทยเท่านั้น ส่วนที่จะส่งไปสปป.ลาว จะจัดหาน้ำมันสำเร็จรูปและขายตรงไปยัง สปป.ลาวเลย เพราะฉะนั้นน้ำมันทุกหยดที่กลั่นอยู่ในโรงกลั่นประเทศไทยจะต้องเอาไว้สำหรับคนไทยได้ใช้ พร้อมย้ำว่า เราจะต้องให้คนไทยได้ใช้จริง ๆ ในภาวะที่น้ำมันของไทยราคาต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน
เมื่อถามอีกว่ามีการหารือกับเสนาธิการทหารเรือ เรื่อง MOU 2544 ด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับตนจบแล้ว ก่อนย้ำว่าคำว่าจบของตนคือยกเลิก









ใส่ความเห็น